บรอยแผลออกไปก่อน แล้วค่อยว่ากัน ระหว่างรอก็จำเป็นต้องเรียนรู้วิธีควบคุมความใคร่ของตนเสียด้วยเพราะหากปล่อยให้ความใคร่กำเริบเช่นนี้ เมื่อได้ใกล้ชิดกับหลินถิง เขาย่อมสูญสิ้นการควบคุม หนักข้อขึ้นทุกครั้งแม้เพียงผ้าซับเหงื่อของนางยังถูกเขาทำขาดไปหลายผืน เรื่องนี้ต้องไม่ให้หลินถิงล่วงรู้ แม้แต่ตัวเขาเองยังชิงชังในความใคร่นี้ แล้วนางเล่าจะมิรังเกียจยิ่งกว่าหรือ แววตาของต้วนหลิงมืดหม่นลงอยู่ดีๆ หลินถิงก็ถูกเขาปิดตา จึงเอ่ยอย่างฉงน “มีอันใดหรือ” หรือว่าเขาคิดจะเล่นบทตาบอดกับนางกันแน่? ต้วนหลิงเลื่อนมือลง ลุกจากเตียง หันหลังให้นางแล้วหยิบอาภรณ์มาสวม ไม่ทำต่อแล้วหรือ?หลินถิงมองเขาสวมเสื้อผ้าด้วยความงุนงง เดิมนึกว่าในคืนนี้เขาจะสานต่อจนถึงคราแรกเข้าห้องหอที่ขาดไปในวันแต่ง แต่ไม่คาดว่าเขากลับหยุดกลางคัน ทว่าก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใด“คืนนี้เจ้าถูกฝนมา ควรพักผ่อนให้เร็ว” ต้วนหลิงเอ่ยหลังจากแต่งกายเรียบร้อย ยังคงหันหลังให้ นำผมยาวที่สยายลงมาถึงเอวปิดบังสีหน้า “ข้ายังมิได้อาบน้ำ ข้าจะไปอาบก่อน”นางเพิ่งจะตอบ “อืม”เขาเดินไปหยิบอาภรณ์ใหม่เรียกสาวใช้ให้เข้ามาเปลี่ยนน้ำในถังอาบที่เย็นลงแล้ว สาวใช้ทั้งหลายเดินเข้ามาอย่างเรียงแถว ไม่กล้าเงยหน้า จ้องเพียงพื้น รีบเปลี่ยนน้ำ เติมเครื่องหอม ทั้งหมดเงียบเชียบเกรงจะรบกวนเจ้านาย หลังจากพวกนางออกไปแล้ว ต้วนหลิงจึงก้าวออกมาจากตู้เสื้อผ้า ดึงม่านลง สลัดอาภรณ์แล้วก้าวลงอ่า