หากรู้ว่าเขายังจะถามเรื่องเกี่ยวกับจินอันไจ้ นางคงแกล้งทำเป็นหลับไปแล้ว แต่ตอนนี้จะทำก็สายเกิน หลินถิงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนย้อนถาม “ท่านคิดว่าข้าจะทำเช่นไรเล่า”แววตาของต้วนหลิงสงบนิ่ง ปลายนิ้วลูบเส้นผมนางที่ปรกลงมาอย่างเงียบงัน แล้วม้วนไว้รอบนิ้ว “ข้าคิดว่าเจ้าจะยื่นมือช่วย”เส้นผมที่เขาลูบทำให้หนังศีรษะนางไหววูบ หลินถิงเหลือบตามองมือเขา“หากคืนนี้คนที่ลอบสังหารรัชทายาทคือจินอันไจ้ และข้าบังเอิญพบเข้า ข้าย่อมช่วย เพราะเขาเป็นสหายของข้าข้าไม่อาจทำเป็นไม่เห็นได้”แม้เรื่องที่จินอันไจ้ลอบสังหารรัชทายาทจะเป็นความจริง แต่ต้วนหลิงในยามนี้เพียงสมมติขึ้น นางจึงตอบไปตามตรงต้วนหลิงปล่อยเส้นผมนางลง เส้นนั้นยังคงมีรอยโค้งจากการถูกม้วนไว้ “เจ้ากล้าทำถึงเพียงนี้เพื่อเขา รู้หรือไม่ว่าการช่วยคนที่ลอบสังหารรัชทายาทนั้น มีโทษประหาร”หลินถิงพยักหน้า “ข้ารู้”ต้วนหลิงใช้ชีวิตมานาน ไม่เคยมีสหาย จึงไม่อาจเข้าใจการกระทำเช่นนี้ “มนุษย์ถึงกับทำได้เพียงนี้เพราะสหายหรือ”หลินถิงครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ข้าไม่รู้ว่าผู้อื่นจะเป็นเช่นไร แต่ข้าเป็นได้ แน่นอน ข้าย่อมไม่ทิ้งตนเอง ข้าจะคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวเองก่อน และจะเว้นทางถอยไว้เสมอ ก่อนจะช่วยเท่าที่กำลังข้าจะเอื้อ”เขาจ้องนางนิ่ง “ถึงกระนั้น เจ้าก็ยังดีต่อคุณชายจินนัก”หลินถิงสบตาเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง “บุญคุณต้องทดแทน ผู้ใดดีกับข้า ข้าย่อมดีกับเขา” นางกล่าวเพื่อชักจูงให้ต