้วนหลิงวางใจว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับจินอันไจ้ ก่อนเสริม “อีกอย่าง จินอันไจ้ไม่มีทางเป็นคนลอบสังหารรัชทายาทในค่ำนี้แน่”หลินถิงเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย น้ำเสียงหนักแน่นไม่สะทกสะท้าน “เขาเป็นบุคคลในยุทธภพ ต่อให้รับเงินใครมาเพื่อทำงาน ก็ไม่กล้าลงมือกับรัชทายาทหรอก เรื่องนั้นโทษถึงตัดหัว”ต้วนหลิงหัวเราะในลำคอเบาๆ “เจ้าพูดถูกแล้ว คุณชายจินเป็นคนในยุทธภพ แต่ไหนแต่ไรหลีกเลี่ยงเรื่องในราชสำนัก อีกทั้งกับรัชทายาทก็ไม่มีเวรมีภัย เหตุใดจะไปลอบสังหารรัชทายาทได้ จริงดังเจ้าว่า คงไม่ใช่คุณชายจินหรอก”หลินถิงไม่รู้จะตอบเช่นไร ต้วนหลิงเอียงหน้าเล็กน้อย “บางทีคืนนี้ฟ้ามืดนัก ข้าอาจมองผิดไปเอง จึงเห็นว่ารูปพรรณคล้ายคุณชายจิน อีกทั้งตอนนี้เขาน่าจะอยู่ในเมืองหลวง เหตุใดจะมาโผล่ที่อันเฉิงได้”หลินถิงเหลือบตามองเขา คิดในใจว่า หรือเขาเคยเจอจินอันไจ้ตอนออกว่าราชการที่อันเฉิง จึงถามเลียบเคียงเพื่อหยั่งท่าทีตน?นางเลือกไม่ตอบ ต้วนหลิงหันหน้ากลับมา พลิกกายให้หันเข้าหานาง สีหน้ายังคงราบเรียบ แต่พลันถามว่า “ในใจเจ้า คุณชายจินสำคัญนักหรือ”หลินถิงครุ่นคิดแล้วว่า “สำหรับข้า สหายย่อมสำคัญอยู่แล้ว”ปลายนิ้วของเขาลูบผ่านลวดลายปักบนผ้าห่ม หยุดอยู่ที่ดอกบัวคู่ พลางเอ่ยเสียงเรียบ “แล้วข้าล่ะ ในใจเจ้าสำคัญหรือไม่”นางชะงัก “สำคัญ”แววตาเขามีรอยยิ้มบางๆ “เมื่อครู่เจ้าลังเล”หลินถิงเองก็ไม่รู้เหตุใดถึงลังเล เพียงแต่โดยสัญชาตญาณคิดค