งไม่หายดี แต่หยางเหลียงอวี้ก็หาได้ยอมพ่าย โรคภัยมิอาจขวางความกล้าหาญของนาง พอนำทัพก็สามารถชิงเมืองกลับมาได้หนึ่งเมืองทันทีฮ่องเต้เจียเต๋อเห็นดังนั้น แม้เบาใจไปบ้าง แต่ใบหน้าก็ยังขมวดคิ้วตลอดวัน เพราะหยางเหลียงอวี้ส่งสารลับกลับมาว่า ภายในราชสำนักมีผู้สมรู้ร่วมคิดกับกบฏ มีผู้ลอบเปิดเผยเส้นทางขนเสบียงและตำแหน่งวางกำลังของกองทัพต้าเหยียน จึงขอให้ฮ่องเต้ทรงโปรดสืบหาความจริงโดยเร็วทว่าพระองค์กลับมิได้ดำเนินการอย่างลับๆ กลับมีพระบัญชาให้องครักษ์เสื้อแพรและตงฉ่าง สองหน่วยราชการลับออกหน้าร่วมกันสืบสวนอย่างเปิดเผย ช่วงเวลานั้นมีแต่การจับกุม สอบสวน และทรมาน ขุนนางในราชสำนักต่างอกสั่นขวัญแขวน กลัวว่าตนจะถูกลากเข้าไปเกี่ยวข้องความเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ในต้าเหยียน ย่อมสะเทือนถึงราษฎร หลินถิงก็ได้ยินข่าวคราวผ่านหูมาบ้างเช่นกัน แต่หลินถิงกลับมิได้เอ่ยถามต้วนหลิงถึงเรื่องเหล่านี้เลยที่จริงก็เพราะช่วงนี้ทั้งสองมีเวลาพบกันน้อยนัก ยามเช้านางยังไม่ตื่น เขาก็ออกไปแล้ว ยามค่ำเขากลับถึงจวนตอนเที่ยงคืน นางก็หลับไปแล้ว ไม่ทันได้รู้ว่าเขากลับมาตอนไหนคืนนั้นมีฝนปรอยลงมาในยามดึก สายลมที่พัดผ่านเปียกชื้นและเย็นยะเยือก หลังจากอาบน้ำแล้ว หลินถิงนั่งอยู่ริมหน้าต่าง มองฝนโปรยจากท้องฟ้า สายลมพัดลอดเข้ามา พลิ้วผ่านผิวแก้มนวล และปลายผมยาวที่ระโยงระยางอยู่บนไหล่เถาจูเดินเข้ามาคลุมเสื้อให้หลินถิง เอ่ยเตือนด้วยความเป็นห่วง “