อากาศเริ่มเย็นแล้วเจ้าค่ะ ท่านอย่านั่งตากลมเช่นนี้ มิฉะนั้นจะไม่สบายเอาได้”หลินถิงเท้าคางข้างหนึ่ง มองฝนที่โปรยปรายลงมาหน้าลาน น้ำเสียงอ่อนละมุน “ข้ารู้ประมาณตนดี”เถาจูมองตามสายตานาง ฝนที่ตกอยู่นั้นไม่เพียงพรำอยู่กลางลาน แต่ยังล้อมรอบประตูสวนหน้าเรือน ประตูดูเงียบสงบคล้ายซ่อนเงาอยู่ในม่านฝน“ท่านกำลังรอท่านต้วนกลับมาอยู่หรือเจ้าคะ?” เถาจูลองถามเบาๆหลินถิงรีบตอบกลับเสียงเรียบ “เปล่าเสียหน่อย ข้าแค่นอนไม่หลับ เลยนั่งดูฝนเพลินๆ หาใช่ว่าจะรอเขาไม่”นางกราชับเสื้อคลุมแน่นขึ้น ไม่ยอมมองประตูอีก เสียงฝนยังคงดังแว่วในหู เถาจูเองก็คิดว่าไม่น่าจะใช่ เพราะคุณหนูเจ็ดแต่งกับท่านต้วนก็เพราะความแค้น หาใช่ความรัก แล้วนางจะเสียเวลานั่งดึกเพียงนี้เพื่อรอเขากลับมาทำไมกัน?“ดึกมากแล้วเจ้าค่ะ บ่าวขอเชิญท่านไปพักผ่อนดีหรือไม่?”เถาจูเอื้อมมือจะปิดหน้าต่าง แต่หลินถิงยกมือขวางไว้ แล้วผลักนางออกไป “ข้าบอกแล้วว่าข้านอนไม่หลับ เจ้ากลับไปพักเถิด ข้าจะนั่งอีกสักครู่ ถ้าข้ารู้สึกง่วง ข้าจะกลับไปนอนเอง”เถาจูได้ยินเช่นนั้นจึงรับคำ “เช่นนั้นท่านก็อย่านอนดึกเกินไปนะเจ้าคะ แม้นยังไม่ง่วง การเอนกายนอนก็ดีกว่านั่งลืมตาเช่นนี้”เมื่อเถาจูออกไปแล้ว หลินถิงจึงกลับมานั่งที่ริมหน้าต่างอีกครั้ง สายตาเลื่อนลอยมองไปยังประตูสวนอย่างไม่รู้ตัวปลายนิ้วเคาะขอบหน้าต่างเบาๆ อย่างเบื่อหน่าย เสียงฝนคล้ายเสียงกล่อม หลินถิงค่อยๆ เอนกายนอนบนเ