นังที่ข้อมือของเขา เสียงจุมพิตซึ่งชื้นฉ่ำสลับกับเสียงน้ำหยดจากปลายผมหลอมรวมกันกระทบโสตประสาทของต้วนหลิงจุมพิตนั้นหาได้ยืดยาวไม่ ต้วนหลิงเป็นฝ่ายผละออก เขาหยิบผ้าฝ้ายที่หล่นบนผ้าห่มขึ้นมา คลุมศีรษะของหลินถิงไว้แล้วเช็ดผมให้นางหลินถิงยังไม่ทันได้ตั้งสติจากรสจุมพิตเมื่อครู่ ก็พบว่าต้วนหลิงกำลังค่อยๆ ซับผมให้จนแห้งสนิท ปลายผมนุ่มลื่นแนบอยู่บนแนวหลังของนาง ทว่าเขายังคงลูบปลายผมอย่างแผ่วเบาไม่หยุด ไม่นานนัก เขาก็พับผ้าอย่างเรียบร้อย แล้วเอ่ยขึ้นอย่างไม่ให้ตั้งตัว“เจ้าชอบข้ามากเพียงใดหรือ?”“เหตุใดจู่ๆ จึงถามเช่นนั้น?” หลินถิงเม้มริมฝีปากอ่อนเรื่อของตน แม้เวลาจุมพิตไม่นานนัก แต่มันกลับทิ้งร่องรอยเอาไว้ในใจ หาใช่ที่ริมฝีปากไม่“ก็แค่อยากรู้ เลยถาม”หลินถิงนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวช้าๆ “ชอบถึงขั้นที่อยากแต่งกับท่านได้หรือไม่?”ครั้งหนึ่งนางเคยขอเขาแต่งงานต่อหน้าผู้คนมากมาย ถ้าตอบเช่นนี้ก็น่าจะไม่มีอะไรผิดพลาด ต้วนหลิงยกมุมปากขึ้นยิ้มเล็กน้อย ชอบถึงขั้นอยากแต่งงานกับเขา……แต่เหตุผลแท้จริงนั้นเล่า-เป็นเพราะใจจริงหรือเพราะสิ่งอื่น?รอยยิ้มของเขาค่อยๆ จางลง ก่อนจะยื่นมือมาวางทาบตรงอกนางเบาๆ ตำแหน่งหัวใจเต้นไหวอยู่ตรงนั้น เขาใช้ฝ่ามือปิดไว้ สายตาไม่ละไปจากนางแม้แต่น้อย ใบหน้าเล็กๆ นั่น ทุกถ้อยอารมณ์ล้วนอยู่ในสายตาเขา“ว่ากันว่าหากเราชอบใครคนหนึ่ง หัวใจก็จะเต็มไปด้วยเขา เช่นนั้น……ตอนนี้ในใจของเจ้ามีข