้าอยู่หรือไม่?”หัวใจหลินถิงพลันเต้นเร็วขึ้นอีกครั้ง ใต้ฝ่ามือของเขาคืออกนาง……ถึงแม้เขาจะเพียงอยากรับรู้การเต้นของหัวใจทว่าแตะต้องตรงนั้นก็คือความจริง ยิ่งไปกว่านั้น เสียงของเขาราวกับลอดผ่านฝ่ามือ ส่งตรงเข้าสู่กายา ทำให้ทั่วร่างสั่นไหวหลินถิงพยายามควบคุมลมหายใจเพื่อระงับจังหวะหัวใจอันแปรปรวน หากแต่ก็ล้มเหลว ยังคงเต้นถี่ไม่หยุดราวกับจะทะลุออกจากอก“ถ้าหากเป็นเช่นท่านกล่าว……ก็คงใช่กระมัง”เมื่อพูดจบ นางเหลือบมองมือตรงหน้า ไม่ได้ไหวติงแม้แต่น้อย อยากให้เขาถอนมือกลับ แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มต้นพูดอย่างไร นางจึงเงียบเสีย ต้วนหลิงค่อยๆ ลดมือลง ก่อนหัวเราะเบาๆ น้ำเสียงละมุนหู“ใจเจ้ามีข้าอยู่……ถึงกับทำให้ข้าอยากผ่าร่างเจ้าออก ดูด้วยตาตนเองว่าใจนั้นเป็นเยี่ยงไร”หลินถิงนึกถึงภาพผนังห้องที่เต็มไปด้วยลูกตา……แล้วก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าเขาน่าจะทำเช่นนั้นได้จริง ต้วนหลิงเอนตัวลงนอน มองเพดานเหนือเตียง ไม่รู้ว่ากำลังครุ่นคิดอันใด จากนั้นจึงหันหน้ามามองนาง เห็นนางไม่ตอบอะไร ก็หัวเราะเบาๆ ยิ้มมุมปาก“ข้าเพียงล้อเล่น เจ้าเชื่อจริงหรือ?”หลินถิงยังคงนั่งอยู่ “มิได้เชื่อ”ม่านที่ร่วงลงเมื่อครู่ยังคงคลุมพวกเขาอยู่ หาได้มีใครเลิกมันขึ้น เตียงนอนภายในเงามืดเงียบสงบ หนึ่งนั่งหนึ่งนอน เงาทั้งสองซ้อนทับกันบนผืนผ้าม่าน แม้จะไม่ได้แตะต้องกัน แต่เงาที่ฉายออกมานั้น กลับดูราวกับนางกำลังนั่งอยู่บนร่างเขาต้วนหลิงเบือนหน้ากลับลง มอง