ลายปักหงส์คู่ขอพรที่กอดคอกันอยู่บนผ้าห่มมงคล “ยามนี้ก็ดึกมากแล้ว เหตุใดไม่พักเสียที?”คืนนี้เขามิได้กล่าวถึงเรื่องใดอื่น นอกจากจุมพิตหนึ่งเดียว หลินถิงค่อยๆ สะกดอารมณ์ว้าวุ่นภายในใจ ดึงหมอนและผ้าห่มมาจัดวาง แล้วนอนลงข้างเขา หลับตาเอ่ยเสียงเบา“ใช่ ดึกมากแล้ว ควรพักเสียที”ราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเปลวเทียนยังไม่ดับ ต้วนหลิงจึงลุกขึ้น เลิกม่านออก แล้วไปดับเทียนจนมืดสนิท จึงกลับเข้ามาในเตียง ทั่วห้องเงียบงัน หลินถิงนอนตะแคง ใบหูแนบหมอน ได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตนเอง……ซึ่งยังคงเต้นเร็วอยู่เล็กน้อยนางยกมือกดแนบหน้าอก มองผนังอันว่างเปล่าท่ามกลางความมืดมิดด้วยดวงตาเบิกโพลง ทั้งคืน หลินถิงไม่อาจข่มตาหลับลงได้เลย***รุ่งเช้าวันถัดมา หลินถิงตื่นขึ้นเร็วกว่าต้วนหลิงเสียอีก ทว่าเพียงนางขยับกาย ต้วนหลิงก็ตื่นตามทันที-ในจังหวะที่นางพยายามจะคลานข้ามตัวเขาเพื่อลงจากเตียง ท่าทางนั้นชวนให้เข้าใจผิดนัก ราวกับว่านางจะปีนขึ้นไปคร่อมเขาหลินถิงเร่งรีบคลานผ่านตัวเขาไปอย่างเงียบงัน แล้วนั่งลงที่ขอบเตียง สวมรองเท้า พร้อมทั้งมองท้องฟ้าที่นอกหน้าต่างยังคงมืดสลัว“ข้าปลุกท่านหรือ?” แม้นางจะระวังอย่างที่สุดแล้ว แต่เขาก็ยังตื่นจนได้ สงสัยจะเป็นคนที่หลับไม่ลึกสายตาของต้วนหลิงยังคงติดตามเงาร่างของนาง “มิได้ เจ้าตื่นแต่เช้านักวันนี้”ฟ้ายังไม่สว่าง แสงจันทร์เลือนลาง รัศมีเพียงน้อย ภายในห้องที่ไร้แสงตะเกียงจึงยังคงมืดมัว ท