ว่าหลินถิงปรับสายตาได้แล้ว นางหมุนข้อมือ ยืดเหยียดร่างกายเบาๆ“ข้านอนไม่หลับ คิดจะออกไปฝึกวรยุทธ์สักหน่อย เผื่อจะสงบใจได้”ต้วนหลิงย่อมรู้ว่านางพอมีวิชาอยู่บ้าง จึงเอ่ยถาม “วิชานั้น ใครเป็นผู้ถ่ายทอดให้เจ้า?”หลินถิงดึงผ้าไหมผูกผมขึ้นเป็นหางม้าสูง แล้วตอบตรงไปตรงมา “จินอันไจ้เป็นผู้สอนให้ข้า”ถึงนางไม่เอ่ย ชายผู้นั้นเคยสำแดงฝีมือมาก่อน เขาก็ดูออกว่าเคล็ดวิชาระหว่างนางและเขานั้นมีความละม้ายกันต้วนหลิงยันกายลุกขึ้นช้าๆ ฝ่ามือวางบนผ้าห่มผืนที่หลินถิงเพิ่งเอนกายแนบชิดไปไม่กี่อึดใจ อุณหภูมิและกลิ่นอายของนางยังคงหลงเหลืออยู่“เจ้ารู้จักคุณชายจินได้ไม่นานก็เริ่มฝึกวรยุทธ์กับเขาแล้วหรือ?”หลินถิงเดินไปยังตู้เสื้อผ้า ค้นหากระโปรงผ้าชายกว้างซึ่งสวมใส่สะดวกสำหรับฝึกยุทธ์ แล้วเดินเข้าไปเปลี่ยนหลังฉากกั้นต้วนหลิงยังคงเอนกายอยู่บนเตียง ขณะนี้ก็เป็นเวลาที่บุรุษมักตื่นตัวในยามเช้า……หากนางเปลื้องอาภรณ์ออกแล้วเปลี่ยนชุดในห้องเดียวกัน เช่นนั้นก็ไม่ต่างจากการยั่วยวนเลยสักนิดระหว่างผูกสายรัดข้อมือ หลินถิงกล่าวพลางบ่น “ใช่ พอรู้จักเขาได้ไม่นาน ข้าก็ขอเรียนวรยุทธ์ แต่ข้าว่าข้าเองอาจไร้พรสวรรค์ด้านนี้ ต่อให้ฝึกเท่าไรก็ยังไม่เก่งเสียที”“ไม่สิ ไม่ใช่ความผิดข้าแน่ๆ ต้องเป็นจินอันไจ้ที่สอนข้าไม่ดี”นางมิยอมรับว่านั่นคือความผิดของตนเอง เอ่ยอย่างไม่หยุด “เขาสอนท่าหนึ่ง ข้าเพียงใช้เวลาเรียนไปครู่เดียว เขาก็ว่าข้าโง่ สั