ากท่านกระทำเช่นนั้นจะเป็นการกระทบกับองครักษ์เสื้อแพรนะขอรับ”ต้าเสวี่ยหนีหน้านิ่งเย็นยะเยือก กล่าวด้วยเสียงต่ำแต่เต็มไปด้วยโทสะ “แล้วจะเป็นไร! ข้ากลัวพวกมันที่ไหน! ต้วนหลิงก็เช่นกัน เป็นถึงคู่หมั้น ยังไม่คิดหาทางช่วยนางออกมา ปล่อยให้นางอยู่ในถนนเป่ยฉางได้ลงคอ!”“หากกระทบถึงองครักษ์เสื้อแพร ย่อมกระทบถึงเบื้องบน ขอท่านผู้บังคับการจงไตร่ตรองให้ดี เพื่อผลประโยชน์ของบ้านเมือง องครักษ์ลับคุกเข่าลง เอ่ยคำเตือนด้วยความหนักแน่นอีกครั้ง“เพื่อผลประโยชน์ของบ้านเมืองหรือ?” ต้าเสวี่ยหนีสะบัดเท้าเตะเข้าไปที่บ่าขององครักษ์เงาอย่างแรงจนเจ้าตัวล้มลงไปกับพื้น“เจ้าหมายความว่าอย่างไร? ว่าข้าควรยืนดูเฉยๆ ปล่อยให้คนป่วยเดินออกไปจากถนนเป่ยฉาง แล้วยอมให้นางตายไปต่อหน้าต่อตาเช่นนั้นรึ?”องครักษ์เงาก้มหน้านิ่ง กล่าวอย่างนอบน้อม “คุณหนูหลินอาจไม่ได้ติดโรคร้าย อาจเป็นเพียงลมร้อนก็เป็นได้ขอรับ”ต้าเสวี่ยหนีโน้มตัวลงมา มองเขาด้วยแววตาเยียบเย็นราวมีดคม “เจ้าแน่ใจหรือว่าในอีกไม่กี่วันข้างหน้า นางจะไม่ติดโรคร้ายจากถนนเป่ยฉาง?”องครักษ์เงาเงียบไป ไม่อาจให้คำสัญญาใดได้ “ข้าน้อยจะให้คนคอยจับตาดูถนนเป่ยฉาง หากมีข่าวใดเกิดขึ้น จะรีบรายงานท่านทันทีขอรับ”ต้าเสวี่ยหนีขมวดคิ้ว สีหน้าขรึมเย็น “เอายารักษาโรคร้ายออกมา”“ท่านจะนำยาไปให้คุณหนูหลินหรือขอรับ? มิได้เด็ดขาด! ตอนนี้ท่านต้วนหลิงเฝ้าอยู่ข้างกายนางทุกวัน หากเขาล่วงรู้เข้า ทุก