อย่างจะพังทลายหมดสิ้น!”“ข้าบอกให้เอามา เจ้าก็เอามา!”องครักษ์เงาไม่กล้าขัดคำสั่งอีก ยกมือขึ้นประสานอย่างนอบน้อม จากนั้นจึงนำตำรายาออกมา ส่งให้ต้าเสวี่ยหนีด้วยสองมือ จากนั้นโขกศีรษะกับพื้นแน่น“ได้โปรดเถิด รออีกเพียงไม่กี่วันเท่านั้นขอรับ…”ราชสำนักยังหาโอสถที่สามารถรักษาโรคร้ายมิได้ ขุนนางและราษฎรเริ่มไม่พอใจ หากปิดถนนทั้งสองสายแล้วยังยับยั้งโรคไม่ได้ ความวุ่นวายในแผ่นดินจะตามมาในไม่ช้า หากราษฎรไม่เชื่อมั่นในฮ่องเต้อีกต่อไป บัลลังก์ฮ่องเต้ย่อมสั่นคลอนแม้เพียงโรคระบาดหนึ่งจะยังไม่ล้มฮ่องเต้ลงได้ แต่ก็นับเป็นก้าวแรกที่มั่นคง หากเติมเชื้อเข้าไปในกองไฟอีกสักนิดเปลวเพลิงจะยิ่งลุกโชน องครักษ์เงารู้ว่าท่านผู้บังคับการเคยผ่านอะไรมามาก หวังเพียงให้นายเหนือหัวของตนประสบความสำเร็จต้าเสวี่ยหนีบีบตำรายาในมือแน่น ดวงตาหลุบต่ำ คล้ายสำนึกได้บางอย่างในที่สุด “ก็ได้ ข้าจะไปดูด้วยตาตนเองก่อนว่านางเป็นอย่างไร แล้วค่อยตัดสินใจอีกครั้ง”***ด้านหลินถิง……นางกำลังหลับสนิท หลังจากดื่มยาไป เมื่อนอนลงบนเตียงก็เหมือนร่างจมหายไปในห้วงนิทราหลับไปจนกระทั่งตะวันลับฟ้า พอตื่นขึ้นมาก็รู้สึกว่าร่างกายดีขึ้นมาก ความร้อนลดลง แขนขาไม่อ่อนแรงแล้วหลินถิงยังนอนเอนบนเตียงอีกพักใหญ่ พอเห็นว่าแสงในห้องเริ่มมืดจึงลุกขึ้นไปจุดเทียน พอเพิ่งจุดไฟติด ยังไม่ทันนั่งดี เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นวันนี้ยังมีองครักษ์เสื้อแพรมาเคาะประตูส่งข้าว?