น ไม่เอ่ยสิ่งใดออกมาหลังจากเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ จินอันไจ้รู้ดีว่าต้วนหลิงมีวิชาสามารถดมกลิ่นเพื่อแยกแยะบุคคลได้ ดังนั้นก่อนมาหาหลินถิงในวันนี้ เขาจึงใช้วิธีลบกลิ่นอายตัวเองเสียก่อน ผ้าปิดหน้าที่เขาสวมอยู่คลุมมาถึงหน้าผาก เหลือเพียงดวงตาคู่หนึ่งให้เห็น ยามนำอาหารของกองกำลังองครักษ์เสื้อแพร มักต้องสัมผัสกับผู้คนที่ถูกกักตัวอยู่ในถนนเป่ยฉางโดยตรง จึงสวมผ้าปิดหน้าที่แน่นหนายิ่งกว่าเดิมต้วนหลิงมองเขาเพียงชั่วครู่ก่อนจะเบือนหน้าหนี เดินเฉียดผ่านพลางก้าวขึ้นบันได จินอันไจ้ลอบใช้หางตามองต้วนหลิงอย่างระวัง เบื้องหลังต้วนหลิงมีบุรุษหลายคนติดตามมา ดูจากลักษณะแล้วคงเป็นขันที เพราะบุรุษที่เดินนำหน้าพูดจาเสียงแหลมแปลกประหลาด แถมยังแทนตัวว่า “ข้าน้อย”เขากล่าวว่า “ท่านรองผู้บัญชาการต้วน มิใช่ว่าทางตงฉ่างต้องการก้าวก่ายหน้าที่ของท่านดอกนะ แต่ใต้หล้ารับสั่งให้นำคนของตงฉ่างมาช่วยดูแลถนนตะวันออกและเป่ยฉาง ข้าน้อยก็เพียงแต่ปฏิบัติตามราชโองการเท่านั้น”ต้วนหลิงมิได้หันหลังกลับ เพียงยิ้มอ่อนเสียงนุ่มว่า “ข้าทราบดี ทุกสิ่งล้วนเป็นราชโองการ หาเกี่ยวข้องอันใดกับตัวท่านไม่ อีกทั้งข้ามิได้เห็นว่าเป็นการก้าวก่าย การที่ตงฉ่างยอมยื่นมือมาช่วยสืบเรื่องโรคระบาด เช่นนี้ก็นับว่าเป็นเรื่องดีมิใช่หรือ?”ตงฉ่างก็เข้ามาแล้วหรือ? จินอันไจ้เงยหน้าขึ้นมอง เห็นหัวหน้าตงฉ่าง “ต้าเสวี่ยหนี” พอดี ต้าเสวี่ยหนีเองก็มีผ้าปิดหน้าเช่