นกัน มองไม่เห็นเค้าหน้าชัดเจน เดินเฉียดผ่านเขาไปโดยไม่มององครักษ์เสื้อแพรผู้น้อยเช่นเขาแม้แต่น้อย จินอันไจ้ไม่รั้งรอ อยู่ไม่นานก็รีบจากไปหลังจากต้าเสวี่ยหนีเข้ามาในโรงเตี๊ยม ก็อ้างว่ากลัวผู้ใดลอบหนีในช่วงที่กององครักษ์เสื้อแพรเผลอ จึงต้องตรวจห้องทุกห้องด้วยตนเอง นั่นจึงเป็นเหตุให้เขาได้พบกับหลินถิงเขายืนอยู่หน้าห้อง ถือบัญชีรายชื่ออยู่ในมือ เอียงหน้ามองนางอย่างเฉยชา “คุณหนูเจ็ดสกุลหลิน?”หลินถิงค้อมกายให้เขา “คารวะท่านหัวหน้าตงฉ่าง” ผ้าปิดหน้าของนางมีถึงสองชั้น แม้เป็นเพียงไข้ร้อนธรรมดาทว่าในสายตาผู้อื่น อาจก่อให้เกิดความเคลือบแคลงและรังเกียจได้“คุณหนูเจ็ดสกุลหลินหาได้ติดโรคระบาด เป็นเพียงไข้ร้อนกระนั้นหรือ?” น้ำเสียงของต้าเสวี่ยหนีแฝงแววเคลือบแคลง ราวกับกล่าวหาว่าต้วนหลิงจงใจปกป้องนาง เพราะหากพบผู้ติดโรคระบาด จะต้องนำตัวออกไปทันที ชะตาชีวิตก็สุดจะคาดเดานางตอบกลับอย่างมั่นใจ “เป็นไข้ร้อนเจ้าค่ะ หากท่านไม่วางใจ ก็เชิญหมอมาตรวจสอบได้”แท้จริงแล้ว แค่เห็นนางยังสามารถยืนพูดได้อย่างมั่นคง ก็เพียงพอพิสูจน์ว่านางมิได้ติดโรคร้าย ต้าเสวี่ยหนีเพียงฮึดฮัดในลำคอ หันหลังกลับแล้วนำขันทีน้อยออกไปตรวจห้องอื่นต่อต้วนหลิงมิได้ตามไป เพียงก้าวเข้าห้องของนาง “เจ้ารับประทานอาหารค่ำแล้วหรือยัง?”หลินถิงตอบ “เพิ่งทานเสร็จเมื่อครู่”เขาเดินไปหยุดอยู่หน้าตะเกียบและถ้วยชามที่วางอยู่ “อาหารค่ำของคุณชายจินกระนั้นห