ียง ผสมกับปลายผมของนางที่สยายเช่นกันจนแทบแยกไม่ออกในห้องเหลือเพียงแสงเทียนดวงเดียว ให้แสงสลัวที่ทำให้ใบหน้าที่งามโดดเด่นของต้วนหลิงดูอบอุ่นขึ้น แลคล้ายปีศาจรูปงามที่ยั่วยวนใจ“เจ้ากลัวว่าจะรบกวนข้า ถึงได้ทำกับตนเองเช่นนี้?”แท้จริงนางกลัวว่าจะเกิดเรื่องเช่นยามเช้าซ้ำอีก แต่พูดเช่นนั้นไม่ได้ จึงตอบเพียง “ใช่แล้ว”ต้วนหลิงมองนางอีกสองสามครา ขนตายาวทอดเงาบางๆ ลงบนผิวแก้ม แล้วเอ่ยเบาๆ “เช่นนี้ ไม่อึดอัดหรือ?”“ไม่อึดอัด”เขาไม่ปักใจเชื่อนัก “แม้จะพลิกตัวไม่ได้ เจ้ายังจะว่าไม่อึดอัด?”หลินถิงหัวเราะเก้อๆ “จะอึดอัดอะไร ก็แค่พลิกตัวยาก ไม่พลิกก็เท่านั้น ท่านแม่ของข้ามักว่า ข้านอนดิ้น ดูไม่งามให้ข้าแก้เสีย ข้าก็ถือโอกาสนี้ฝึกตนเองเสียเลย”ต้วนหลิงทอดสายตาอยู่บนใบหน้านาง “ใครว่าเจ้าดูไม่งาม เจ้าก็จะเชื่อเช่นนั้นหรือ?”นางนอนหงาย มองเพดาน “ก็ควรปรับบ้างล่ะ เถาจูเคยบอกว่า บางครั้งข้านอนแล้วเผลอตีคนด้วย นางกดไว้ยังแทบไม่อยู่เลย”ต้วนหลิงย่อมรู้ดี ไม่นานมานี้เขาเพิ่งถูกหลินถิงฟาดหน้าฉาดใหญ่ รอยมือแดงจางไปเอาตอนฟ้าสาง แม้เจ็บแต่เขากลับมิได้เกลียดชัง…กลับรู้สึกยินดีเจือความสุขแปลกประหลาด“ในเมื่อเช่นนั้น ก็แล้วแต่เจ้าก็แล้วกัน” ต้วนหลิงหลับตา คล้ายจะพักผ่อนหลินถิงก็ปิดตานอนเช่นกัน แต่เพราะใจยังมีเรื่องให้คิด นางจึงนอนไม่หลับอยู่นาน มิอาจพลิกตัวได้ ได้แต่หันหน้าไปมองต้วนหลิงที่อยู่ข้างๆ ท่วงท่าการนอนของเขาน