นอันไจ้หาได้เอ่ยตอบใดๆ เขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะพบหลินถิงทุกวัน การมาวันนี้เพียงต้องการรู้ว่านางยังมีชีวิตอยู่หรือไม่เท่านั้น“รับทราบแล้ว คืนนี้ต้องขอรบกวนท่านต้วนด้วย”ต้วนหลิงเอ่ยด้วยท่าทีสุภาพ “คุณชายไม่ต้องเกรงใจ ข้ากับนางใกล้จะเข้าพิธีแต่งงานกันแล้ว ท่านในฐานะสหายของนาง ก็ถือว่าเป็นสหายของข้าด้วยเช่นกัน”สายตาของเขาลอบจับจ้องไปยังหน้ากากของจินอันไจ้อีกครั้ง ก่อนจะกล่าวอย่างสุภาพแต่แฝงความจริงจัง“ทุกผู้คนที่พำนักในถนนเป่ยฉางจำต้องแสดงตนอย่างชัดเจน คุณชายจิน โปรดถอดหน้ากากออกด้วย”จินอันไจ้มิได้ลังเลแม้แต่น้อย เอื้อมมือไปปลดสายที่คล้องอยู่ด้านหลังออก เผยให้เห็นใบหน้าทั้งหมด ด้านซ้ายของเขาขาวผ่องไร้ตำหนิ หล่อเหลาและดูสะอาดตา ส่วนด้านขวากลับมีรอยแผลเป็นจากคมดาบ ยาวราวหนึ่งนิ้ว แม้ไม่ลึก แต่ก็ยังเห็นได้ชัด เหงื่อบางๆ เคลือบอยู่ทั่วผิวหน้า ยังมิทันได้เช็ด หากไม่นับรอยแผลเป็น รูปโฉมของจินอันไจ้ถือว่าอยู่ในระดับยอดเยี่ยมยิ่งนักต้วนหลิงหันไปทางหลินถิง “เจ้ามิได้บอกข้าว่าเขาหน้าตาน่าเกลียดนัก กลัวว่าจะไปทำให้ผู้คนตกใจจนต้องสวมหน้ากากไว้ตลอดหรือ? แต่ข้าว่าเขาหล่อกว่าคุณชายหน้าหวานในหอหมิงเยว่ที่เจ้าชอบเสียอีกนะ”จะกล่าวถึงเรื่องหอหมิงเยว่อีกแล้วหรือ? ก็คนที่นางเคยไปดูนั่นเป็นเพราะองค์หญิงทรงให้เลือกมิใช่หรือ มิใช่นางจะไปหาชายงามถึงหอคณิกาด้วยตนเอง แต่ก็ช่างเถิด เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุดใ