าขุนนางฝ่ายตรวจการณ์พบว่านางซ่อนผู้ต้องหาที่ทางราชสำนักหมายหัวไว้อย่างเซี่ยชิงเหอ นางคงไม่พ้นถูกโยนเข้าคุกหลวงแน่นอน นิสัยลงกลอนประตูโดยไม่รู้ตัวนี่…เป็นเรื่องดีแท้ ควรจดจำไว้เป็นบทเรียนในชีวิตแต่…ต้วนหลิงนี่ฟื้นตัวเร็วเกินไปแล้วกระมัง? นางนึกว่าอย่างไรเขาก็น่าจะต้องพักฟื้นอีกสักหน่อย ที่ไหนได้ นางเพิ่งก้าวออกจากหอหมิงเยว่ เขาก็ตามมาทันทีสายตาของหลินถิงมองไปที่ปิ่นทองในมือเขา เขาใช้นิ้วลูบผ่านตัวปิ่นเบาๆ บนเนื้อทองและไข่มุกสีอ่อน คราบเลือดถูกล้างไปหมดแล้ว บัดนี้ดูเหมือนไม่ต่างจากเดิมเลยสักนิดหลินถิงรับปิ่นที่หนักแน่นด้วยมูลค่าทองคำกลับมาในมือ ของล้ำค่าเช่นนี้หากหายไป แม้ท่านแม่ไม่ว่า แต่นางก็คงเจ็บใจจนลุกขึ้นมาทุบตัวเองกลางดึกเป็นแน่“ขอบพระคุณท่านต้วนที่นำกลับมาให้เจ้าค่ะ”เขากลับตอบอย่างอ้อมแอ้ม “ขออภัย ข้ามิได้ตั้งใจจะสะกดรอยเจ้ามา”หลินถิงลูบปิ่นในมือที่ได้คืนกลับมา สีหน้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง “ข้าเข้าใจ ท่านตั้งใจจะคืนของให้ ขอบคุณอีกคราเจ้าค่ะ”ต้วนหลิงถามขึ้นอย่างไม่ใส่ใจนัก “หอหนังสือนี้ก็เป็นของคุณหนูเจ็ดด้วยหรือ?”“ใช่เจ้าค่ะ ข้าเป็นเจ้าของ เพียงแต่ร้านหนังสือในเมืองหลวงมีมากนัก ร้านนี้จึงไม่ค่อยมีคนมา ข้าก็เลยไม่ค่อยได้แวะมาเท่าใด”ถ้าไม่พูดว่าเป็นเจ้าของ คงยากอธิบายได้ว่าทำไมถึงได้ติดป้ายหยุดพักตามอำเภอใจ หลินถิงกำลังจะเก็บปิ่นไว้ แต่ต้วนหลิงกลับยื่นมือมาขวางไว้“ให้ข้าช่วยเ