ีขึ้นหรือ?”ต้วนหลิงมองนางผ่านม่านบาง บีบรัดตนไม่ให้เผลอปล่อยใจให้ความปรารถนาครอบงำอีกครา“คุณหนูเจ็ด……กลับไปเถิด”เสียงของเขายังสั่น ราวคนที่ยังควบคุมสติได้ไม่เต็มที่ หลินถิงจับได้ว่าลมหายใจเขายังผิดจังหวะ พร้อมกันนั้น นางได้กลิ่นเลือดจางๆ ลอยมาแต่ไกล มิอาจปล่อยไว้ได้อีก นางลืมเรื่องความเหมาะสม กระโจนข้ามฉากเข้าไปคราเดียวกับที่นางก้าวข้ามม่าน ต้วนหลิงก็ดึงผ้าผืนหนึ่งมาปิดช่วงล่างไว้ทันที นางเห็นบาดแผลเก่าที่ฝ่ามือเขาโดนมีดแทงเมื่อคราวก่อน บัดนี้แผลฉีกออกอีกครั้ง เลือดไหลซึมเปื้อนปลายนิ้ว หยดลงอ่างทีละหยด สีแดงไหลเวียนในน้ำเย็น สะท้อนแสงโคมดูคล้ายกลีบดอกไม้ร่วงหล่น“ข้าล่วงเกินแล้ว ท่านต้วน” หลินถิงหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาพันแผลให้เขา เผลอมองน้ำในอ่างแล้วพลันหน้าแดงร้อนวาบ สายตาเริ่มไร้จุดหมายร่างของต้วนหลิงแม้ดูผอมบาง หากกล้ามเนื้อกลับกราชับได้รูป บ่ากว้าง สะโพกสอบ ไหล่ชัดราวหินสลัก กล้ามอกแข็งแรงแฝงไปด้วยความเย้ายวน ลำคอลาดลงมาสู่ไหปลาร้า บนกระดูกไหปลาร้ามีหยดน้ำเกาะพราว ไม่รู้ว่าเป็นเหงื่อหรือหยดจากอ่างน้ำหลินถิงพยายามหันสายตาไปที่ใบหน้าของเขาแทน “ท่านต้วน ข้านึกวิธีใดไม่ออกแล้ว หากท่านนึกออก ข้ายินดีช่วยตามที่ท่านว่า”ต้วนหลิงกระพริบขนตายาวชื้นน้ำช้าๆ สายตามองนางครู่หนึ่ง “นึกไม่ออก”หลินถิงสบตาเขา ใจสะท้านวูบหนึ่ง……ในใจนางก็รู้ว่ายังมีอีกหนทาง แม้จะน่าอับอาย แต่มิอาจปล่อยให้เขาทรมานเช่