อกไปตรวจลาดตระเวณ จึงคิดจะรินน้ำชาสักถ้วย ทำตัวน่ารักสักหน่อย พูดคุยให้นานขึ้นอีกสักนิด ใครจะคาดว่า ห้องนี้แม้จะว่าง แต่เป็นเพราะแขกขาประจำมิอาจมาได้กะทันหันจึงเว้นว่างไว้หลินถิงหาได้รู้ว่าต้วนหลิงเคยถูกใช้เป็นคนทดลองยา เห็นเขาในยามนี้มีเหงื่อผุดบนหน้าผาก หางตาแดงเรื่อเข้าใจว่ายาออกฤทธิ์เข้าแล้ว “ข้าจะไปหายาแก้มาให้ท่าน ท่านต้วน……ท่านโปรดรอข้า”“ข้าจะกลับมาแน่นอน” พูดจบก็หมุนตัววิ่งออกไป เปิดประตูปิดประตูเป็นจังหวะเดียวกัน แล้วลงไปยังชั้นล่างหาตัวแม่เล้าที่กำลังต้อนรับแขกเพื่อถามหายาแก้ชั้นล่างครึกครื้นไปด้วยเสียงหัวเราะ เสียงชนจอก เหล่าหญิงชายแต่งองค์สีสดเดินผ่านไปมา แม่เล้าตอนแรกยังมิได้ยินสิ่งที่หลินถิงถาม ทว่าเมื่อจับใจความได้แล้ว มือที่ถือพัดพลันชะงัก “คุณหนูดื่มชานั้นเข้าไปหรือเจ้าคะ?”หลินถิงกระวนกระวาย เหงื่อชุ่มหลัง เงยหน้ามองบันไดเป็นระยะ “ข้าเพียงอยากรู้ว่ามียาแก้หรือไม่ หากมีขอให้เอามาให้ข้าเดี๋ยวนี้!”แม่เล้ากลับส่ายหน้าอย่างจนใจ “ไม่ใช่บ่าวไม่อยากให้คุณหนู แต่ยาชนิดนี้มิใช่ของมีทางแก้ ต่อให้เป็นหมอก็ช่วยไม่ได้ ทางเดียวคือต้องเสพสุขเท่านั้นเจ้าค่ะ”นางรู้ว่าหลินถิงเป็นคนขององค์หญิง ต่อให้มีใจกล้าก็ไม่กล้าพูดเท็จ หลินถิงรู้สึกปวดหัว อยากย้อนเวลากลับไปห้ามตัวเองไม่ให้รินชาให้ต้วนหลิง ทำไมก่อนหน้านี้เขาไม่เคยดื่มชาแม้นางจะรินให้ ครั้งนี้กลับดื่ม ถ้าเขาวางชาไว้เฉยๆเช่นเคยก็คงไ