แต่ก็ยังต้องเคารพในรสนิยมประหลาดของต้วนหลิง ที่เลือกจะเก็บ “ดวงตามนุษย์” ไว้เป็นของสะสมประหนึ่งของมีค่า เปรียบไปก็คล้ายกับผู้คนในยุคปัจจุบันที่ชอบเก็บตัวอย่างพืชแห้ง……แม้จะไม่เหมือนกันเลยก็ตามทีนับแต่ทะลุมิติมา นางก็ยังคงจดจำคำหนึ่งจากโลกเดิมไว้เสมอ “เราต้องเคารพในความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต”นางจึงแสร้งหัวเราะเบาๆ เอ่ยว่า “ท่านต้วน รสนิยมของท่าน……ช่างประหลาดพิสดารยิ่งนัก”ต้วนหลิงใช้นิ้วลูบไล้ขอบกระดาษ ถูกมุมกระดาษบาดจนเป็นแผล“เจ้าไม่รู้สึกคลื่นไส้หรือ?”คำถามท้าทายชีวิต นางรีบตอบ “แค่กๆ ท่านต้วน ความชอบของท่านแม้จะหาได้ยากนัก แต่ก็……มิอาจถือว่าน่ารังเกียจได้”ในยุคของนางยังมีตัวอย่างร่างกายมนุษย์อีกด้วย ขอเพียงไม่ฆ่าคนเปล่าๆ ก็แล้วกันเขายอมให้มุมกระดาษบาดจนเลือดไหลเป็นหยดแดงลงเปรอะเปื้อนกระดาษ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “คุณหนูเจ็ดคิดเช่นนั้นจริงหรือ?”“จริง” หลินถิงตอบพลางสบตาเขา พยักหน้าเร็วราวกับไก่จิกข้าวสาร นางพูดความจริง – มันไม่ถึงกับน่าขยะแขยง……แต่ชวนขนลุกมากกว่าทั้งสองสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง ต้วนหลิงเหลือบมองเรียวขาของนางที่ยังคงสั่นน้อยๆ ก่อนจะปิดจินกุ้ยเย่าเหว่ย แล้ววางไว้ข้างตัว เอ่ยอย่างใจดีว่า“ขาของเจ้าสั่น เป็นเพราะร่างกายไม่สบายหรือ?”“อาจเพราะยืนนานเกินไป ข้ายืนจนเมื่อย คงต้องหาที่นั่งพัก……ข้า……” หลินถิงพยายามหาข้ออ้างจะออกไปให้ได้เขาดึงเก้าอี้ใต้โต๊ะออก “เมื่อยก็พักเถอะ ไม่ต้อ