ูเจ็ดอาจมิได้ไปที่หอหวงเหอก็เป็นได้เจ้าค่ะ บ่าวได้ส่งคนไปสืบข่าวแล้ว เชื่อว่าอีกไม่นานก็จะรู้แน่”หลี่ซื่อผลักมือแม่นมออก สีหน้าเต็มไปด้วยความร้อนรน “ไม่ได้! ข้าจะไปดูด้วยตาตนเอง!”“คุณหนูเล่ออวิ๋นชอบเรื่องครึกครื้นยิ่งนัก หากมีการแสดงย่อมไม่พลาด อีกทั้งยังมีคุณหนูสามไปด้วย คงเลือกดูจากที่ที่ดีที่สุดอย่างหอหวงเหอแน่”แม่นมเองก็คิดเช่นนั้น จึงยังมิกล้าบอกฮูหยินในทันที รีบส่งคนไปสืบข่าวก่อน “ฮูหยินโปรดใจเย็น อย่าทำสิ่งใดบุ่มบ่ามเลยเจ้าค่ะ”“ปล่อยข้า!” หลี่ซื่อเป็นห่วงบุตรสาวจนมิอาจสงบใจลงได้ก่อนที่นางจะได้ออกไป หลินถิงก็กลับมาถึงพอดี เสียงของนางลอยมาแต่ไกล “ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะ”เสียงมาก่อนร่างได้ยินเสียงนี้ หลี่ซื่อถึงกับโล่งอก รีบออกไปดูให้แน่ใจว่านางปลอดภัย แล้วจึงดุด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “หลินเล่ออวิ๋น เจ้าอยากตายหรือยังไง! กลับมาช้าอีกนิดเดียวข้าจะให้ไปนอนที่โรงเก็บฟืน! แล้วทีหลังอย่าออกไปไหนพร่ำเพรื่อนัก!”“ท่านแม่คิดว่าข้าไปดูเหล็กไฟที่ประตูทิศใต้หรือเจ้าคะ?”“หา? เจ้ามิได้ไปหรือ?”หลินถิงแสร้งทำท่าทางงุนงง ส่งสายตาให้เถาจูโดยไม่ให้หลี่ซื่อเห็น “พวกเรามิได้ไปเจ้าค่ะ เพิ่งมาได้ยินข่าวว่าเกิดเพลิงไหม้ที่หอหวงเหอตอนขากลับ”ก่อนเข้ามาหาหลี่ซื่อ พวกนางก็เปลี่ยนชุด ล้างหน้าและแต่งตัวใหม่ไว้เรียบร้อยแล้ว เพราะเกรงว่าหากท่านแม่รู้ความจริง อาจไม่ให้หลินถิงออกจากจวนอีกเลยก็เป็นได้ ซึ่งส