ำหรับหลินถิงแล้ว นั่นย่อมเลวร้ายยิ่งกว่าตายเสียอีกภายใต้แสงสลัว เถาจูที่ร้องไห้มาจนตาบวมก็มิอาจถูกสังเกตได้ง่าย นางจึงจำใจร่วมมือโกหก “คุณหนูเจ็ดมิได้ไปเจ้าค่ะ”หลินถิงรีบยกนิ้วโป้งให้นางอย่างลับๆหลี่ซื่อยังคลางแคลงใจ “จริงหรือ? พวกเจ้าอย่าร่วมมือกันหลอกข้าเชียว เจ้าน่ะชอบความครึกครื้นที่สุด ไฉนถึงไม่ไป?”“จริงแท้แน่นอนเจ้าค่ะ” หลินถิงกอดมารดา “ข้าจะหลอกท่านแม่ทำไมเล่า? ท่านดูสิ ข้าก็ปลอดภัยดีนี่ไง?” นางแกล้งหาวหนึ่งที “ดึกแล้ว ท่านแม่พักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ”หลี่ซื่อจับมือนางแน่น “ต่อแต่นี้ไป เจ้าต้องมาทักทายแม่ทุกคืน”หลินถิงทำหน้ามุ่ย “หา……”“อะไร? เรือนของเจ้าก็ห่างจากเรือนข้าเพียงนิดเดียว คิดว่าข้าไม่รู้เล่ห์กลในใจเจ้าหรือ? ข้าเป็นแม่เจ้านะ อย่าคิดมาอำพรางข้าเลย”“เจ้าค่ะๆ ข้าจะมาทักทายท่านแม่ทุกคืน ไม่ขาดแน่นอน” หลินถิงถอนใจ ยังดีที่ไม่ถึงขั้นถูกกักบริเวณหลี่ซื่อยิ้มออก “อีกสองวัน อย่าไปไหน เจ้าต้องไปกับข้า”“ไปไหนหรือเจ้าคะ?”“เจ้ามิได้เลือกหนุ่มจากสกุลผู้ดีไว้เมื่อวันก่อนหรือ? ข้าจะพาเจ้าไปพบเขา”หลินถิงเบ้ปาก “โอ้……”“โอ้อะไร? คิดจะเปลี่ยนใจหรือ?”หลินถิงรีบเอาใจ “มิได้เจ้าค่ะ ท่านแม่ที่ข้าเคารพรัก ข้าย่อมไปกับท่านแน่นอน ขอท่านวางใจเถิดเจ้าค่ะ”ผ่านด่านมารดาไปได้ หลินถิงกลับถึงเรือนตนอย่างหมดแรง มิแม้แต่จะถอดรองเท้า ล้มตัวลงนอนทั้งอย่างนั้นปล่อยให้ขาห้อยออกจากเตียง เงียบงันไม่นานก็ผล็อยหลั