่าเป็นการช่วยชีวิต เช่นนั้นข้าจะถือสาอันใดได้เล่า จะให้ข้าตอบแทนบุญคุณยังไม่ทันเสียอีก”หลินถิงยิ้มแหย ข้างในกลับอดเสียดายไม่ได้-จูบไปแค่สองลมหายใจ ยังห่างจากสามสิบลมหายใจอีกไกลและการช่วยชีวิตด้วยลมปราณเช่นนี้ไม่สามารถสะสมเวลารวมกันได้ ต้องทำให้ได้ครบในครั้งเดียว……หมายความว่านางต้องจูบเขาอีกเหตุใดเขาถึงฟื้นขึ้นเร็วปานนั้นกันนะ……ช้าอีกนิดก็จะครบแล้วแท้ๆ ถึงจะคิดเช่นนี้ แต่หลินถิงก็ไม่แสดงออกแม้แต่น้อย กลับต้องเสแสร้งทำท่าดีใจราวกับว่าเขาฟื้นขึ้นนางก็ดีใจเหลือเกินในใจนางกลับภาวนา-ฟื้นขึ้นก็ดี แต่อย่าเพิ่งฟื้นเร็วนักก็จะดีมากไม่รู้ว่าต้วนหลิงเชื่อจริงหรือไม่ หรือแค่แสร้งทำเป็นเชื่อเท่านั้น แต่เขากลับเปลี่ยนเรื่องถามว่า“เจ้ารู้วิชาแพทย์หรือ?”หลินถิงลังเลเล็กน้อยแล้วตอบ “ไม่ ข้าไม่ได้รู้วิชาแพทย์อะไรหรอก เพียงแต่สมัยยังเล็กร่างกายอ่อนแอ ต้องไปพบหมอบ่อย พอว่างๆ ก็มักหยิบตำราแพทย์มาอ่านเล่นบ้างเท่านั้น ไม่อาจนับว่าเข้าใจวิชาแพทย์จริงๆ”เขารำพึงรำพันเบาๆ “คุณหนูเจ็ดช่างเป็นผู้รอบรู้ยิ่งนัก”“ท่านต้วนชมเกินไปแล้ว” นางไม่ได้อ่านอะไรจริงจังหรอก ที่รู้จักจางจ้งจิ่งก็เพราะเรียนประวัติศาสตร์ในยุคปัจจุบันต่างหากต้วนหลิงฟังคำอธิบายของนางแล้วก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องจูบอีก เขาลุกขึ้นยืน มือซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกว้าง มองไปยังผืนแพรไหมที่ห้อยลงมาจากหน้าต่างชั้นสองของหอหวงเหอ“เจ้าใช้วิธีนี้พาข้าออกมาจากหอหวงเหอ