ยๆ’ ก็คงไม่เสียเที่ยวในคืนนี้ ต้วนหลิงจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย มองนางด้วยแววตานุ่มนวล“คุณหนูเจ็ดก็เช่นกัน เป็นผู้มีบุญ เคราะห์ร้ายใดๆ ก็มิอาจกล้ำกราย”ทันใดนั้น เงาดำสายหนึ่งแล่นผ่าน หลินถิงรีบหลบไปอยู่หลังเขา ใช้เขาเป็นเกราะกำบัง“ผู้ใด! เขาตื่นแล้วนะ เขาคือขุนนางใหญ่แห่งกองกำลังองครักษ์เสื้อแพร ข้าเตือนเจ้าอย่าคิดลองดี!”คำว่า “ตื่นแล้ว” ถูกเน้นเป็นพิเศษ เงาดำนั้นเงียบงันไม่ตอบโต้ หลินถิงจึงแอบชะโงกศีรษะออกมาดู“จินอันไจ้? เจ้ายังอยู่หรือ? ข้านึกว่าเจ้าจัดการพวกนั้นเสร็จ ก็ไปแล้วเสียอีก”เงาดำผู้นั้นคือจินอันไจ้ มือถือกระบี่เปื้อนเลือด หน้าสวมหน้ากากไม่เผยอารมณ์ เขาเพียงปรายตามองนาง“ข้ามาดูว่าเจ้าตายแล้วหรือยัง”หลินถิงเมื่อรู้ว่าเป็นเขาไม่ใช่มือสังหาร จึงไม่รีบหลบอีก “เฮ้ ยังไม่ตายนะ”นางกลัวว่าต้วนหลิงจะเห็นดาบเปื้อนเลือดของเขาแล้วเข้าใจผิด“ท่านต้วน ท่านยังไม่รู้นี่นา ขณะที่ท่านหมดสติ พวกเราถูกลอบโจมตี มีมือสังหารบุกมาเพื่อฆ่าท่าน เป็นจินอันไจ้ที่มาช่วยต้านพวกมันไว้”ต้วนหลิงหันไปมอง “อย่างนั้นหรือ เช่นนั้นต้องขอบคุณคุณชายจินที่ช่วยไว้”จินอันไจ้ไม่เคยสนใจผู้ใด น้ำเสียงเฉยชาแม้แต่กับต้วนหลิง “แค่ช่วยเล็กน้อย ท่านไม่ต้องกล่าวขอบคุณ”จากนั้นหันไปทางหลินถิง “ที่นี่ไม่ปลอดภัย รีบออกไปจากที่นี่เถอะ”หลินถิงยังต้องออกไปตามหาพวกเถาจูและต้วนซินหนิงที่หน้าถนน แน่นอนว่าเขาไม่ไปกับนาง“ข้าไปก่อนแล้ว”