าชะล่าใจ ต้องระแวดระวังเต็มที่เมื่ออยู่ใกล้เขา นางเช็ดเขม่าควันออกจากใบหน้าต้วนซินหนิง พึมพำแผ่วเบา “พวกท่านไม่เป็นไร… ดียิ่งนัก ดียิ่งนัก…”ว่าแล้วก็ทรุดตัวหมดสติลงกับพื้น นางตกอยู่ในภาวะเครียดจนร่างรับไม่ไหว เห็นคนสำคัญรอดชีวิต ความเครียดที่เก็บไว้ทั้งวันก็ระเบิดออกมาทีเดียวผู้คนแถวนั้นต่างขวักไขว่ ทั้งหาบน้ำดับไฟ ทั้งมุงดูเหตุการณ์จนจื่อหลานเข้าไปไม่ได้ พอเห็นต้วนซินหนิงล้มไปก็รีบร้องเสียงหลง“คุณหนูสาม!”เคราะห์ดี เซี่ยจื่อม่ออยู่ใกล้ที่สุด รีบรับร่างนางเอาไว้ก่อนจะล้มกระแทกพื้น หลินถิงถอนหายใจโล่งอกเมื่อเห็นเขารับไว้ได้ แล้วเอ่ยแนะนำ“ส่งนางกลับจวนก่อนเถิด แล้วค่อยเรียกหมอมาดูอาการ”อาการต้วนซินหนิงดูไม่รุนแรง เพียงตกใจและเหน็ดเหนื่อยจากการออกงานทั้งวัน ขอเพียงได้พักผ่อนก็คงจะหายเป็นปกติในไม่ช้า“คุณหนูเจ็ด เจ้าก็กลับจวนเถิด” เซี่ยจื่อม่อเองก็คิดเห็นเช่นนั้นต่อมา เซี่ยจื่อม่อก็เดาได้ว่า เหตุเพลิงไหม้ที่หอหวงเหอในครั้งนี้มิใช่เรื่องธรรมดา เกรงว่าจะเกี่ยวข้องกับต้วนหลิงจึงกล่าวขึ้นว่า “ท่านต้วน ข้าขอนำคุณหนูสามกลับจวนก่อนเถิด”ต้วนหลิงเหลือบมองเซี่ยจื่อม่อ พยักหน้ารับ “ขอบคุณคุณชายเซี่ย”เซี่ยจื่อม่อไม่รอช้า ไม่สนใจพิธีรีตอง รีบช้อนร่างต้วนซินหนิงขึ้นอุ้มอีกครั้ง แล้วฝ่าฝูงชนอันแน่นขนัด มุ่งตรงไปยังรถม้าของจวนต้วนที่จอดอยู่ริมถนนจื่อหลานที่เพิ่งฝ่าฝูงชนหนาแน่นตามมาทันก็เร่งฝีเท้าตามไม่ห