่าง บัดนี้นางเข้าใจแล้วว่าเหตุใดเมื่อครู่เถาจูถึงอยากพุ่งเข้าไปในกองเพลิง-หากนายสาวของตนมีอันใดเกิดขึ้น บ่าวอย่างพวกตนจะมีชีวิตอยู่ไปใย หากคุณหนูสามเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ นางคงไม่อยากมีชีวิตอยู่เช่นกันเถาจูใบหน้ามอมแมมเปื้อนเขม่าควัน ไม่แม้แต่จะเช็ดคราบเขม่าของตนเอง แต่กลับรีบนำผ้าเช็ดหน้าเนื้อดีที่ยังพอสะอาดอยู่มาค่อยๆ เช็ดหน้าคุณหนูอย่างเบามือ หวั่นเกรงว่าใต้รอยเปื้อนนั้นอาจมีแผลที่มองไม่เห็นซ่อนอยู่แม้ว่าหลินถิงจะกล่าวว่านางไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ แต่เถาจูก็ยังอดห่วงมิได้ หลินถิงที่เหนื่อยล้าจากการวุ่นวายทั้งคืน แถมก่อนหน้านี้ยังต้องแบกร่างต้วนหลิงเดินไปเดินมา บัดนี้รู้สึกปวดเมื่อยทั่วร่าง เหมือนจะกระดูกสลาย อยากจะทำเช่นต้วนซินหนิง หลับตาลงแล้วหลีกหนีจากทุกสิ่งไปเสียนางฝืนยิ้ม เอ่ยกับต้วนหลิงด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “ท่านต้วน หากข้าไม่มีสิ่งใดต้องอยู่ต่อ ข้าขอกลับก่อนเถิด……ขอให้ท่านดูแลตนเองให้ดี”จงรักษาชีวิตไว้ เพื่อให้ข้าได้จูบท่านอีกสักครา แล้วภารกิจจะสำเร็จลุล่วงต้วนหลิงรับคำอย่างเรียบเฉย ก่อนเอ่ยถาม “จะให้ข้าส่งคนไปคุ้มกันเจ้ากลับหรือไม่?”หลินถิงรู้สึกร้อนชื้นไปทั้งตัวจากเหงื่อ ร่างเหนอะหนะยิ่งนัก “ไม่ต้องหรอก ข้ากลับเองได้ ไม่อยากรบกวนท่านให้ลำบาก” นางดึงเถาจูมา “เถาจู กลับกันเถอะ”เมื่อทั้งสองสาวเพิ่งเดินจากไปได้ไม่นาน ก็มีเสียงฝีเท้าย่ำแน่นดังก้องขึ้นจากอีกฟากของถนน ทหารชุดเกราะสีน้ำ