กลับหาได้รู้สึกหงุดหงิดไม่ นางเอนกายอย่างสบายใจ พลางหยิบลูกพลัมแช่น้ำผึ้งจากถาดเตี้ยขึ้นมากินอย่างเอร็ดอร่อย ระหว่างทางก็เอ่ยถามเถาจูเป็นระยะๆ ว่าอีกนานไหมจะถึงสะพานจิ่วอวิ๋นจนกระทั่งถึงสะพานจิ่วอวิ๋น หลินถิงก็หายง่วงเต็มทีแล้ว รถม้าหยุดลง นางก็กระโดดลงมาโดยไม่เหยียบแท่นให้สาวใช้ช่วย ท่ามกลางเสียงร้องเตือนลั่นของเถาจู “คุณหนูเจ็ดระวังเจ้าค่ะ!”เสียงร้องนั้นทำให้ผู้คนรอบข้างต่างหันมามอง รวมถึงต้วนหลิงด้วย เขามองหลินถิงที่กระโดดลงจากรถม้าโดยไม่ล้ม ทันใดนั้นสายลมก็พัดผ่านพอดี ปลายปิ่นปักผมไหมสีฟ้าอ่อนที่ปักไว้ตรงขมับปลิวสะบัดยาวไปตามลม เส้นผมสลวยสะบัดผ่านแก้มที่แต่งแต้มบางเบาเมื่อสายลมผ่านพ้น เส้นผมก็ร่วงลงมาเผยให้เห็นใบหน้าเกลี้ยงเกลาราวหยกของหลินถิง คิ้วตาเจิดจ้าประกายยิ้มผมเงาดำถูกรวบไว้ในมวยผีเสื้อประดับด้วยดอกบัวตูม ดูคล่องแคล่วและงดงามชุดฉีเหย่หรูลายดอกบัวพลิ้วเบา แขนคลุมสีฟ้าอ่อนพาดไว้ที่แขน ผ้าคาดเอวสีฟ้าอ่อนห้อยที่เอว ชายกระโปรงสีขาวสะบัดเบาๆ เข้ากันกับฉากดอกบัวที่บานสะพรั่งทั่วทะเลสาบเหลียนซินได้อย่างลงตัวต้วนหลิงเบี่ยงสายตาไปทางทะเลสาบเหลียนซินเบื้องหน้า บนผิวน้ำดอกบัวพลิ้วไหวตามสายลมทันใดนั้น คุณหนูสามสกุลต้วนก็เห็นหลินถิง รีบยกกระโปรงวิ่งเข้าไปหา นางชี้ไปยังเรือสำราญลำหนึ่งที่จอดเทียบท่าอย่างตื่นเต้น “เจ้ามาแล้ว ขึ้นเรือไปดูบัวกลางทะเลสาบกันเถอะ!”เรือลำนี้ตกแต่งงดงาม บริเว