ปเห็นนางมิเอ่ยคำ เถาจูจึงถอนใจแล้วกล่าวว่า “บ่าวก็รู้ว่ามีบางคำที่ท่านไม่อยากฟัง แต่ฮูหยินก็ล้วนทำเพื่อท่านทั้งนั้น คุณหนูโปรดอย่าได้ถือโทษจนตัดใจกันเสียเลยนะเจ้าคะ”สิ้นเสียงกล่าวของเถาจู นางคลายมือจากเส้นผมของหลินถิง แล้วเดินอ้อมมาทางด้านหน้าเพื่อมองดูสีหน้าของนายสาวแสงเทียนสีเหลืองนวลส่องสว่างทั่วห้อง อาบลงบนร่างเปลือยเปล่าของหลินถิง ผิวขาวราวกระเบื้องเคลือบโดนน้ำอุ่นแช่จนขึ้นสีแดงระเรื่อ ลำคอระหงค้อมลงเล็กน้อย ศีรษะเอนพิงขอบอ่างไม้ เส้นผมดำขลับหล่นย้อยอยู่ด้านนอกเมื่อไร้ซึ่งเครื่องสำอางแต่งแต้ม โฉมหน้าของหลินถิงกลับเผยความงามร้อนแรงออกมาโดยไม่ต้องเสริมแต่ง หางตาที่ช้อนขึ้นโดยธรรมชาติแฝงไว้ด้วยความโฉบเฉี่ยว หากมองผู้ใดด้วยหางตานี้ จะให้ความรู้สึกราวกับถูกเหยียบอยู่ใต้ฝ่าเท้านาง อีกทั้งยังเปี่ยมไปด้วยความอหังการของสาวน้อยวัยเยาว์แต่สองปีที่ผ่านมา หลินถิงไม่เคยมองใครด้วยสายตาเช่นนั้นอีก ก่อนหน้านั้นนางมักจะเผลอใช้สายตาประเภทนี้มองคน จนต้องให้เถาจูเตือนสติอยู่เนืองๆ จึงจะหุบไว้ได้ และรักษาภาพลักษณ์คุณหนูผู้เพียบพร้อม เพื่อจะได้หาสามีจากสกุลสูงศักดิ์มาหนึ่งคนเถาจูมองหลินถิงอยู่นาน พลันก็รู้สึกว่าคืนนี้คุณหนูเงียบผิดปกติ ถ้าเป็นเมื่อก่อน ได้ยินนางบ่นแบบนี้ คงจะโต้กลับมาเสียหลายประโยค แต่นี่กลับเงียบเสียจนเถาจูอดไม่ได้ที่จะหวาดวิตก อดคิดไม่ได้ว่า หรือจะเป็นเพราะฝนที่หลินถิงตากจนล้มป่วย