หลินถิงกลับเงยหน้าขึ้นมองริมฝีปากของเถาจูค้างไว้นานนางไม่ได้ดูป่วยเพราะเปียกฝนเสียแล้ว แต่ดูประหนึ่งโดนของเข้าซะมากกว่า เถาจูยิ่งคิดก็ยิ่งใจคอไม่ดี รีบเม้มปากเล็กน้อยพลางร้องเรียก “คุณหนู? ท่านอย่าทำให้บ่าวตกใจสิ ทำไมถึงจ้องปากบ่าวเช่นนี้?”หลินถิงเอียงศีรษะเล็กน้อย พลางลูบคาง ครุ่นคิดอยู่นานกว่าจะเอ่ยปาก “เถาจู”เถาจูรีบรับคำ “บ่าวอยู่นี่เจ้าค่ะ”หลินถิงเอนตัวลงบนเตียง “หากคนที่เจ้ารังเกียจคิดจะจูบเจ้า เจ้าจะทำอย่างไร?”เถาจูฟังแล้วก็แทบระเบิด “หากใครกล้ามาทำลวนลามบ่าวล่ะก็ บ่าวจะฉีกปากมันเป็นชิ้นๆ เตะใส่เป้าให้มันกระอัก แล้วลากมันขึ้นโรงศาล ให้มันไปนอนกินข้าวหลวง จะได้ไม่ออกมาสร้างความเดือดร้อนให้ใครอีก!”แต่พอก่นด่าเสร็จ เถาจูก็พลันคิดขึ้นได้ว่าบางทีคุณหนูอาจประสบเหตุเช่นนี้ขึ้นมา สีหน้าก็ซีดเผือดลงทันทีสายตามองจ้องริมฝีปากของหลินถิงที่แดงระเรื่อเพราะไอร้อนจากน้ำแช่ตัว “คุณหนู……ท่านอย่าบอกนะว่า……”หลินถิงรู้ว่าเถาจูคงคิดอะไรอยู่ จึงรีบส่ายหน้า “เปล่า เจ้าอย่าคิดมาก”ที่จริงแล้วนางเองอาจกลายเป็นคนที่เถาจูเพิ่งสาปแช่งไปก็เป็นได้……จับมือ กอด ยังพออ้างว่าไม่ตั้งใจได้อยู่ แต่หากจะจูบคนถึงสามสิบลมหายใจ – เท่ากับหนึ่งนาทีเต็ม – แบบนี้ต่อให้พูดยังไงก็ไม่อาจกลบเกลื่อน นับว่าเจตนาแน่นอนและต้วนหลิงก็ว่ายน้ำเก่ง ไม่มีทางจะมีเหตุการณ์จมน้ำที่ต้องใช้การผายปอดอย่างแน่นอนหลินถิงลองนึกภาพตอนที่ตนไปฝืน