้ากล้าหลอกข้า!” หลี่ซื่อยังคงจำฝังใจเรื่องที่ลูกสาวหลบเลี่ยงเมื่อวันก่อน คราวนี้จึงไม่ยอมปล่อยผ่าน ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางก็มุ่งมาที่เรือนถิงหลิงในมือยังถือสมุดเล่มเล็กไว้หนึ่งเล่มแทบจะยัดใส่หน้าหลินถิง ใช้น้ำเสียงทั้งข่มขู่ทั้งล่อลวงว่า “หลินเล่ออวิ๋น หากวันนี้เจ้ายังไม่เลือกชายใดจากเล่มนี้ล่ะก็ อย่าหวังจะได้เหยียบเท้าออกจากประตู!”เหล่าสตรีวัยกลางคนผู้แข็งแรงล้อมรอบเตียงนางไว้แน่นหนา ประหนึ่งกำแพงเหล็กกล้า เกรงว่าหลินถิงจะหนีไปได้อีกครั้งหลี่ซื่อเห็นหลินถิงไม่เอ่ยวาจา จึงแสร้งทำเป็นเสียใจจนหลั่งน้ำตา“ข้าลำบากตรากตรำคัดเลือกคุณชายสกุลดังผู้ยังมิได้แต่งงานไว้มากมาย เพื่อผู้ใดกัน? หากไม่ใช่เพื่อเจ้า เจ้าลูกอกตัญญูเอ๋ย”กล่าวถึงตรงนี้ นางก็รื้อฟื้นอดีตขึ้นมา“เมื่อครั้งนั้น หากมิใช่เพราะอยากให้เจ้าได้เติบโตอยู่ใต้เข่าข้าอย่างไร้กังวล ข้าย่อมต้องขอหย่ากับบิดาเจ้าให้รู้แล้วรู้รอด ไหนเลยจะทนได้ที่เขากล้าแอบไปรับหญิงแซ่เสิ่นเข้าจวนในยามที่ข้ากำลังตั้งครรภ์เจ้า!”ตามกฎหมายของแคว้นต้าเหยียน หากสามีภรรยาหย่าขาดกัน บุตรธิดาย่อมตกเป็นของฝ่ายชาย แม้เมื่อเติบใหญ่แล้ว การจะอยู่หรือจะไปก็ขึ้นอยู่กับสกุลของฝ่ายบิดามารดาไม่มีสิทธิ์ก้าวก่าย ดังนั้นหลี่ซื่อจึงไม่เอ่ยปากขอหย่าหากหย่าแล้ว นายท่านสามรับภรรยาใหม่ขึ้นมา แล้วฝ่ายนั้นรังแกบุตรีของนางเล่า นางจะทำเช่นไร?ยิ่งกว่านั้น ลูกในท้องที่นางอุ้มมาแรมสิบเดือน ต