รือ?”หลินถิงขมวดคิ้ว กดนิ้วลงขมับด้านขวาที่กระตุกไม่หยุด “ท่านต้วน ถามหน่อยเถิด เหตุใดท่านจึงคิดว่าข้าหมายตาคุณชายเซี่ย?”ต้วนหลิงจ้องตานาง พูดเนิบช้าว่า “หากเจ้ามิได้มีใจต่อเขา เหตุใดจึงให้คนตามสืบเรื่องรสนิยมของเขา แล้วบันทึกเอาไว้?”นางรีบอธิบาย “คุณหนูสามเป็นผู้ขอให้ข้าช่วยหาข้อมูลให้ นี่ท่านไม่เชื่อก็ลองไปถามนางดูสิ”น้ำเสียงของเขานุ่มนวลขึ้น “เป็นเช่นนี้เอง เมื่อก่อนเจ้ากับคุณหนูสามสนิทกัน นางชอบสิ่งใด เจ้าก็มักจะชอบตามข้านึกว่าเจ้าจะเหมือนครานั้นเสียอีก”เสียงหัวเราะและเสียงม้าจากด้านโน้นดังมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตรงที่พวกเขายืนอยู่นั้นดูเงียบสงัดยิ่งขึ้น แม้ต้วนหลิงจะเอ่ยวาจา เสียงก็ยังมิได้ดังนักไม่ว่าสิ่งใดเล็ดลอดออกจากปากเขา หลินถิงล้วนตั้งใจฟังม้าของต้วนหลิงเดินเข้ามาใกล้ พลางถูไถตัวกับเขาอย่างออดอ้อน เขากล่าวเสียงเรียบ “ข้าเข้าใจผิดไปเองแล้ว คนกับสิ่งของย่อมไม่อาจนำมาเปรียบกันได้”หลินถิงรู้อยู่แก่ใจว่าต้วนหลิงมิได้รักหรือเอ็นดูต้วนซินหนิงนัก เขาเป็นผู้ชายที่รู้สึกต่อสายเลือดได้เพียงน้อยนิดเพียงแต่ไม่ยินยอมให้คนในสกุลต้วนถูกเหยียดหยาม หรือกลายเป็นเบี้ยล่างให้ใครใช้งานตามอำเภอใจบางทีเขาอาจจะคิดเสียด้วยซ้ำว่าต้วนซินหนิงนั้นโง่เขลาเกินไป ยอมให้อีกฝ่ายปั่นหัวเล่นอยู่ได้“ท่านต้วนกล่าวได้ถูกต้อง คนกับสิ่งของย่อมไม่อาจเปรียบกันได้” หลินถิงจ้องมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็กล่าวขึ้น“ท่