านต้วน ท่านช่วยข้าขึ้นหลังม้าได้หรือไม่?”“ให้ข้าช่วยเจ้าขึ้นม้า?”นางมองเขาด้วยสายตาคาดหวัง “ข้าขึ้นไม่ค่อยได้หรอก มักเสียเวลาอยู่แต่กับขั้นตอนนี้ วันนี้ข้าอยากลองความรู้สึกของการนั่งอยู่บนหลังม้าก่อน อย่างน้อยก็ไม่อยากกลับไปทั้งที่ยังไม่ได้ลองอะไรเลย”“หากเช่นนั้น ขออภัยที่ต้องล่วงเกิน” ต้วนหลิงเดินเข้ามาใกล้ ดึงสายบังเหียนพลางบอกให้นางเหยียบโกลน “เจ้าขึ้นเท้าเหยียบ ข้าจะช่วยดันให้เจ้าขึ้นไป”หลินถิงตั้งใจจะทำตามคำพูดของเขา แต่พอเขาเข้าใกล้ นางก็อดไม่ได้ที่จะมองไปยังเอวของเขาใกล้เพียงนี้……เหมาะแก่การโอบยิ่งนักจะโอบหรือไม่โอบดี? หากจะโอบ จะใช้ข้ออ้างว่าอะไร? “ข้าหลงรักท่านมานานแล้ว” อย่างนั้นหรือ? ถ้าเขาเชื่อขึ้นมาจริงจะทำอย่างไรดี! แต่หากไม่โอบ……แล้วภารกิจจะสำเร็จได้อย่างไร?ต้วนหลิงเหลือบตามามอง เห็นนางเหม่อไปอีกครั้ง “คุณหนูเจ็ด ดูเหมือนเจ้ากำลังใจลอยอยู่”นางสะดุ้ง รีบเบนสายตากลับมา “ขออภัย ข้าไม่ได้ตั้งใจ เมื่อครู่เห็นผีเสื้อบินมาเกาะที่เอวท่าน เลยเผลอมองนานไปหน่อย”“ผีเสื้ออยู่ตรงไหน?” เขาก้มมองเอวตนตามคำพูดของนางหลินถิงรีบปล่อยมือจากบังเหียน ทำท่าเหมือนผีเสื้อกระพือปีกบินหนี “มันบินหนีไปแล้วล่ะ บินฉิวเลย สีฟ้าสดใสดีจริงๆ”ต้วนหลิงมองมือนางที่ยังเคลื่อนไหวอยู่คล้ายจะเชื่อจริงๆ “น่าเสียดาย ข้าไม่ได้เห็นเจ้าผีเสื้อสีฟ้านั่นเลย……ก็คงเป็นเพราะบุญไม่ถึง ไม่อาจฝืนได้ เอาเถิด ช่วยเจ้าขึ้นม