ยอย่างง่ายดาย แล้วต้องใช้ชีวิตที่เหลือจมอยู่ในเรือนผู้อื่น ดูแลสามีเลี้ยงดูลูก”“คุณหนูกับคุณหนูแปดมิใช่เหมือนกัน ท่านเป็นลูกภรรยาเอก นางเป็นเพียงลูกอนุ……”หลินถิงล้วงเอาจี้ทองรูปเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่ถอดก่อนนอนออกจากใต้หมอน คล้องคอไว้แล้วกล่าวว่า “ในสายตาข้ามิได้ต่างกันเลย หากไม่ลงมือทำสิ่งใด เอาแต่พึ่งพาสกุลหลิน สุดท้ายแล้ว……ก็ไม่ต่างกัน”ในหนังสือ เรื่องราวของนางช่างน่าเวทนา ไม่ว่าเพียรพยายามยุแยงให้พระเอกนางเอกผิดใจกันสักเพียงใดสุดท้ายก็ไร้ผล ยังดื้อดึงไม่รู้จักสำนึก จนต้องพบจุดจบอับจนไร้เกียรติ ไม่อาจหลีกพ้นชะตาที่ถูกนายท่านหลินจัดแจงแต่งงานให้กับชายผู้หนึ่งตอนนั้นหลินถิงกลายเป็นสตรีที่ไม่มีใครยอมรับ ไร้ผู้หนุนหลัง ต้องร้องขอความช่วยเหลืออย่างเดียวดายนายท่านสามเป็นผู้ยึดถือชื่อเสียงและผลประโยชน์เป็นใหญ่ ไม่อาจยอมรับได้ว่าบุตรสาวจะเลยวัยแต่งงานแล้วยังไม่ออกเรือน หากได้ยินว่ามีบุรุษผู้หนึ่งสามารถช่วยเหลือสกุลหลินในราชสำนักได้ เขาก็ไม่รีรอที่จะตกลงเรื่องแต่งงานนั้นทันทีแม้ว่าชายผู้นั้นจะมีอำนาจอยู่บ้างในเมืองหลวง แต่เมื่อเทียบกับทายาทจวนโหวเซิ่งอันแล้ว กลับเทียบไม่ติด และยังเป็นผู้ติดยาห้าหิน [1] อีกด้วย หลินถิงผู้หยิ่งในศักดิ์ศรีย่อมไม่ยอมรับ นางเลือกจบชีวิตตัวเองในวันก่อนแต่งงานหนึ่งวันหลินถิงโน้มตัวใส่รองเท้า ไม่ยอมให้เถาจูช่วยอะไร ลุกขึ้นแล้วตบไหล่นางเบาๆ “ข้ารู้ว่าเจ้าหวังดีกับข้