้นจนจบ ไม่แทรกพูดใดๆหลินซูไม่รู้ว่าหลินถิงคิดสิ่งใด น้ำตาไหลไม่หยุด ดวงตาบวมแดง “พี่เจ็ด ข้ารู้ว่านี่คือคำขอที่เกินควรนัก แต่……แต่ข้าจนปัญญาแล้วจริงๆ จึงได้มาขอความช่วยเหลือจากท่าน”“น้องแปด มิใช่ว่าข้าไม่อยากช่วย เรื่องแต่งงานของเจ้าข้าไม่อาจก้าวก่าย หากอนุเสิ่นรู้เข้า เกรงว่านางจะไปโวยวายต่อหน้าบิดา กล่าวโทษว่าข้าทำลายงานหมั้นอันดีของเจ้าเสียอีก”ได้ยินดังนั้น สองมือนางก็ทิ้งห้อยลงด้วยความสิ้นหวัง “ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”หลินซูคงรู้ดีว่าหากขอร้องต่อไปก็คงไร้ผล น้ำเสียงราวคนสิ้นใจ ไร้จิตวิญญาณ ลุกขึ้นโดยมีเซี่ยวเหลียนคอยประคองเดินออกไปหลินถิงมองเงาร่างผอมบางของหลินซู แล้วพลันนึกถึงตอนเด็กที่นางเคยรวบรวมความกล้าอยากเข้ามาใกล้ชิดตนแต่กลับถูกอนุเสิ่นดึงตัวกลับไป ตั้งแต่นั้นมา นางกับหลินซูจึงไม่เคยมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดอีกเลยนางครุ่นคิดแล้วกล่าวว่า “น้องแปด เจ้ากล้าขัดคำของอนุเสิ่นจริงหรือ?”สิ้นเสียงกล่าว กลิ่นหอมบางเบาก็พลันลอยมา พร้อมกับการกลับมาของหลินซู นางคว้ามือหลินถิงไว้อีกครั้งแล้วกล่าวว่า “พี่เจ็ดคงยังไม่รู้ ข้านั้นมีคนในใจมาเนิ่นนานแล้ว”“เจ้ามีคนในใจ?” หลินถิงขมวดคิ้ว นางที่ปกติไม่เคยออกจากเรือนกลับบอกว่ามีคนในใจ นับว่าน่าแปลกใจนักนางเดาได้ไม่ยากว่าฝ่ายชายคงฐานะต่ำต้อยกว่าสกุลหลิน “เป็นคุณชายจากบ้านไหนกัน?”หลินซูดูมีท่าทีเขินอายอยู่บ้าง แต่เมื่อเห็นหลินถิงมีท่าทีเหมือนจะช่วย น