างจึงตัดสินใจบอกตามจริง “เขาเป็นคนจากเมืองเล็ก เดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อเข้าสอบขุนนาง ปีที่แล้วพลาดหวัง จึงอยู่ศึกษาต่อที่สำนักอักษรเวินฉู่”กล่าวจบ ก็รีบร้อนเสริมด้วยเกรงว่าหลินถิงจะดูแคลนว่าอีกฝ่ายไร้ความสามารถ “ปีนั้นเขาพลาดเพราะอาการป่วย หาใช่เพราะสอบไม่ได้”สำนักอักษรเวินฉู่?หลินถิงลูบเบาๆ ที่ภาพวาดเล็กๆ ใต้แขนเสื้อ ฟู่ฉือก็เป็นศิษย์จากที่นั่น บางทีนางอาจสืบหาความจริงจากที่นี่ได้บ้างนางรับผ้าเช็ดหน้าจากเสี่ยวเหลียนมาเช็ดคราบน้ำตาบนหน้าให้น้องสาว “เรื่องนี้พี่จะคิดให้ดี เจ้ากลับเรือนไปก่อนเถิด”“ขอบคุณพี่เจ็ดที่เมตตา”หลังจากส่งหลินซูกลับไปแล้ว หลินถิงก็นั่งครุ่นคิดบนเตียง ทันใดนั้น เถาจูซึ่งโผล่หน้าเข้ามาเพื่อจัดผ้าห่มก็เอ่ยถาม “ชุดของคุณหนูเปลี่ยนไปแล้วหรือเจ้าคะ?”นางตอบเลี่ยงๆ ว่า “ตอนออกไปจัดการธุระทำเปื้อน เลยซื้อมาเปลี่ยนเฉยๆ”เถาจูมองนางอยู่พักหนึ่งก่อนเปลี่ยนน้ำเสียง “เหตุใดคุณหนูถึงตอบรับเรื่องของคุณหนูแปด? ท่านก็รู้ว่าอนุเสิ่นมิใช่คนดี หากเกิดเรื่องขึ้นมา ท่านจะ…”หลินถิงยกมือห้าม “เจ้าอย่าโกรธ ข้ารู้ดีว่ากำลังทำอะไร”เถาจูสะบัดเสียงอย่างไม่พอใจ “ใจของท่านช่างอ่อนนัก หากเป็นเมื่อก่อนคงไล่นางออกจากเรือนไปแล้ว ข้ายิ่งดูยิ่งไม่เข้าใจท่านเลยจริงๆ” แล้วเดินฮึดฮัดไปจัดเตรียมน้ำอาบหลินถิงไม่ใส่ใจกับท่าทีของเถาจู นางกางภาพวาดเล็กๆ ออกมาดู มองใบหน้าของชายที่ชื่อฟู่ฉือ พลันรู้สึกคล้าย