อย รอยยิ้มกระตุกคล้ายจางลง แต่ก็ยกจอกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด จากนั้นก็โน้มตัวลงกระซิบด้วยเสียงเบาที่มีเพียงทั้งสองได้ยิน“เรื่องของสกุลเซี่ย…ไม่อาจกู้กลับมาได้แล้วจริงหรือ”ต้วนหลิงไม่เปลี่ยนสีหน้าแม้แต่น้อย ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น “เจ้ารู้ดีอยู่แล้ว ว่าใต้หล้าฤาใครกล้าผิดต่อสิ่งที่ฝ่าบาททรงหวงแหน”การรวมหัวเป็นพรรคพวก คำนี้ผุดขึ้นมาในหัวของเซี่ยจื่อม่อ แล้วภาพพระพักตร์ของฮ่องเต้ที่ดูเมตตาแต่แฝงความแหลมคมก็ฉายซ้อนขึ้นมาในความคิด ใต้ฟ้าผืนนี้มีใครบ้างเล่าที่ไม่รู้ว่าฮ่องเต้ทรงมากด้วยความระแวง มิอาจทนให้มีทรายผงแม้เพียงน้อยในดวงตาแสงเทียนสีแดงนวลอ่อนตกต้องลงบนศีรษะของเซี่ยจื่อม่อ ย้อมแก้มข้างหนึ่งของเขาให้เป็นสีชาดสนิท สุราเย็นเยียบและเผ็ดร้อนไหลผ่านลำคออย่างรุนแรง เขาเอ่ยเสียงต่ำว่า “เมื่อไร?”หมายถึง-เมื่อไรฮ่องเต้จะลงมือกับสกุลเซี่ยทั้งสองสนทนากันอย่างอ้อมค้อม คำพูดคลุมเครือ แต่ต่างฝ่ายต่างเข้าใจโดยไม่ต้องอธิบายให้ชัด ต้วนหลิงไม่พลาดที่จะสังเกตเห็นแววลังเลที่ซ่อนอยู่ในดวงตาของเซี่ยจื่อม่อ แม้จะซ่อนลึกเพียงใด เขาตอบอย่างไม่ลังเลว่า“พรุ่งนี้”เซี่ยจื่อม่อเมื่อได้รับคำตอบ ก็กลับไปเป็นคุณชายเสเพลผู้ไม่ทุกข์ร้อนเหมือนเดิม ยิ้มร่าหัวเราะ พลางยกจอกสุราขึ้นดื่มต่ออีกสองสามจอก แล้วจึงผละไปอย่างไร้ร่องรอยของความวิตกกังวล คล้ายไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นมาก่อนขณะเดียวกัน อีกฟากหนึ่งของฉากกั้นเสียง หญิ