ยามใด?”“คำนวณจากระยะเวลาในการเดินทางแล้ว หม่อมฉันคิดว่าควรไปกลางวันพะยะค่ะ”“แล้วพวกเจ้าจะหลบพวกเขาได้หรือ?”“กระหม่อมเห็นว่าหากไปยามกลางคืนพวกเขาย่อมวางเวรยามเข้มงวด เวลากลางวันจึงจะเป็นเวลาที่พวกเขามิได้คาดหมายว่าจะมีผู้กล้าบุกเข้าไปพะยะค่ะ”ชินอ๋องมองเซียนหย่งไถด้วยความพอพระทัย“เจ้าช่างใจกล้าบ้าบิ่นสมกับที่เป็นผู้คุมกฎของสำนักนักฆ่าเสียจริง”ครั้งนี้จินวั่งซู่ไปหาโล่กำบังธนูให้ทุกคนนำติดตัวไปด้วย เมื่อลัดเลาะตามทางลัดไปจนถึงเรือนส้วมด้านหลังสำนักแล้ว เซียนหย่งไถก็ชี้ให้ดูว่าต้องนำจดหมายไปวางไว้เรือนใหญ่ที่อยู่หลังห้องโถงใหญ่“นั่นคือห้องพักของประมุขเถียน คุณชายจินเคยเข้าไปแล้วใช่หรือไม่?”จินวั่งซู่พยักหน้า “ตอนที่ข้ามาคราวก่อน เถียนลู่หลินพาข้าเดินมาดูครั้งหนึ่งแต่ยังมิได้เข้าไปด้านใน”เซียนหย่งไถรีบหันไปบอกพวกเขา “ประเดี๋ยวข้าจะบุกเข้าไปเอง พวกท่านคอยระวังหลังให้ข้า ตอนเที่ยงวันเป็นช่วงที่เวรยามย่อหย่อนที่สุดเพราะพวกเขาจะไปรวมกันกินอาหารที่โรงครัวด้านหลัง”คนทั้งสามพยักหน้า จูจิ้นติ้งเงยหน้าขึ้นมองดวงตะวัน “ใกล้จะได้เวลาแล้ว หย่งไถเจ้าระวังตัวให้มากข้าต้องรักษาชีวิตเจ้าไปให้เหม่ยเอ๋อร์ได้เห็นหน้า”“ท่านพี่เขยไม่ต้องห่วง ข้าจะระวังตัวอย่างดีขอรับ”เซียนหย่งไถวิ่งแอบไปยังตึกด้านหน้าตามด้วยจูจิ้นติ้ง จินวั่งซู่และเติ้งเฉินฟู่คอยระวังด้านหลังมองซ้ายมองขวาอยู่เป็นระยะ รอจนใกล้เวลาผลัดเปลี่ยน