คว้นผิงจะไม่เท่าแคว้นหมิง ในแต่ละปีพวกเขามักจะแลกเปลี่ยนสิ่งของเลอค่ากันเพื่อจะได้รู้ว่าแต่ละแคว้นมีสินค้าใหม่ๆ หรือผลิตผลใดที่น่าสนใจเผื่อจะทำการสั่งซื้อหรือนำเข้าไปขายในอีกแคว้นหนึ่งได้ ชาและสุราหมักเลิศรสในแต่ละปีจึงนับเป็นของบรรณาการที่มักจะถูกนำมามอบให้ถึงวังหลวงเพื่อให้ฮ่องเต้อีกแคว้นได้ชิมรสฮองไทเฮาได้สดับก็สนพระทัย “เช่นนั้นหรือ? น่าลิ้มลองนัก”ฮ่องเต้โจวเฟิงหันไปสบตาพระสนมคนโปรดเฉียงเจียวมิ่งจึงหันไปพยักหน้าให้นางกำนัลถือถาดสุราเข้ามา นางหยิบกาสุราแล้วเดินไปใกล้ฮองไทเฮา“ฮองไทเฮา ให้หม่อมฉันเป็นผู้รินสุราถวายเถิดเพคะ” นางยอบกายอย่างอ่อนหวานรินสุราถวายฮองไทเฮาและฮ่องเต้ ทั้งสองหยิบจอกขึ้นดื่มพร้อมกัน“แล้วเจ้าเล่าเฉียงเฟย?”“มิได้เพคะ เพียงหม่อมฉันได้ดูแลทั้งสองพระองค์ก็มีความสุขแล้วเพคะ”ฮองไทเฮายิ้มน้อยๆ “เจ้าตอบได้ดี!” เมื่อพระนางวางจอกสุราลง เฉียงเจียวมิ่งก็รินสุราลงไปอีก “รสชาติดีนะฝ่าบาท ข้าไม่คิดว่าสุราของแคว้นหมิงจะรสชาติหอมหวานถึงเพียงนี้”โจวเฟิงทรงพระสรวลน้อยๆ “สำหรับเสด็จแม่หม่อมฉันย่อมคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดมาถวายอยู่แล้วพะยะค่ะ”“ขอบพระทัยฝ่าบาท” ฮองไทเฮายังคงต้องเกรงใจโจวเฟิงอยู่เพราะพระนางก็มิใช่มารดาที่แท้จริงของฮ่องเต้ ซ ้ายังเคยคิดเอาชีวิตอีกฝ่าย หากมิได้รับการอภัยโทษเห็นทีวันนี้พระนางก็อาจจะถูกสั่งประหารได้ผ่านไปหนึ่งเค่อ ฮองไทเฮารู้สึกคล้ายตนเองเคลิ้มเคลิบเลื่อน