่งนัก”“เอาเถิดถูเฟย เจ้าพักผ่อนให้ดี อ้ายเจียหวังว่าเจ้าจะหายโดยไว” ฮองไทเฮารีบตัดบทเมื่อเห็นสีพระพักตร์ของฮ่องเต้ไม่ค่อยจะดี แม้ถูเฟยจะไม่อาจทำให้โจวเฟิงหวั่นไหวกับความงามของนางได้ แต่อย่างน้อยในตำแหน่งนี้ก็เป็นฐานอำนาจสำคัญในราชสำนัก“เป็นพระกรุณายิ่งแล้วเพคะ” นางค้อมศีรษะชดช้อย หางตาเหลือบมองพระสวามีแต่เพียงในนามที่ไม่ยอมหันมามองฮ่องเต้สะบัดพระพักตร์เดินออกมา หงซือซือเห็นความขุ่นเคืองในใบหน้าของพระองค์แล้วจึงรู้แน่ว่า ถูชิงหลินมิได้รับแม้ความสนใจสักเสี้ยว วูบหนึ่งนางรู้สึกเห็นใจสตรีผู้บอบบางยิ่งนักครั้นกลับถึงตำหนักลู่เสียนโจวเฟิงก็สั่งให้เฉียงเจียวมิ่งกับเฉียงม่านหลิงเฝ้าดูแลอยู่ในห้องหนังสือส่วนผู้อื่นนั้นให้รอรับใช้อยู่ด้านนอก“เจ้าดูนางสิ เสแสร้งแกล้งทำป่วยบ่อยเหลือเกินข้ารำคาญ”“ฝ่าบาท นางอยากให้พระองค์ดูแลบ้างเท่านั้นเองเพคะ” เฉียงเจียวมิ่งแย้งด้วยน ้าเสียงอ่อนๆ“เจ้าก็ดีแต่เข้าข้างนาง หากไม่เป็นเพราะนาง เจ้าก็คงได้เข้ามาเป็นสนมของข้าแล้ว” โจวเฟิงทอดสายพระเนตรอ่อนโยนมายังเฉียงเจียวมิ่ง“เรื่องนี้แล้วแต่วาสนาเถิดเพคะ เอาไว้ท่านพ่อของหม่อมฉันรอดพ้นภัยคราวนี้ได้ก่อน” นางก้มนางถอนหายใจ ฮ่องเต้ยื่นพระหัตถ์มากุมมือของนาง “ข้าก็อยากให้เรื่องวุ่นวายพวกนี้จบลงสักที หากหนีไปเสียแต่ทีแรกคงไม่ต้องมาถูกกักขังในวังหลวงเช่นนี้”หงซือซือเงยหน้ามองโจวเฟิงด้วยความแปลกใจคนผู้นี้มิได้อยากเป็นฮ่องเต