่ก่อนหน้านี้ นางค่อนข้างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่คิดไปคิดมาก็รู้สึกว่าไม่มีอะไร เพียงคิดไม่ถึงว่าเย่แจ๋หยิ่งจะใช้วิธีการเดียวกันมาอับอายเป็นเพื่อนนาง“ท่านมาดึกดื่นขนาดนี้ก็เพื่ออันนี้?”“ไม่งั้นล่ะ?” นํ้าเสียงที่เหลือเชื่อในห้องบรรทมหลานเยาเยาให้เย่แจ๋หยิ่งนั่งลงบนเก้าอี้ นางเอื้อมมือไปตรวจชีพจรให้เขา แววตาของเย่แจ๋หยิ่งเคลื่อนไหวเล็กน้อย จากนั้นก็หลบเลี่ยงอย่างไร้ข้อสังเกตได้“เยาเยา เจ้าวางใจ ไม่เป็นไร”ไม่เป็นไร?สีหน้าของเขาขาวราวกระดาษ ริมฝีปากขาวซีด ดูท่าทางแล้วอ่อนแอมาก376
นี่คือไม่เป็นไร?ด้วยเหตุนี้!ใบหน้าของนางก็เย็นชาลงทันใด นํ้าเสียงเย็นยะเยือก เอ่ยแกมบังคับเล็กน้อย :“ยื่นมือออกมาตรวจชีพจร จำเป็นต้องตรวจ”นางจำเป็นต้องเข้าใจสภาพร่างกายของเย่แจ๋หยิ่ง จะได้ให้ยาถูกโรค ไม่เพียงแค่บำรุงเลือดอย่างเดียวเท่านั้นยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เย่แจ๋หยิ่งบอกว่าเขาเองไม่เป็นอะไร นางไม่เชื่อแม้สักนิด“ได้!”เย่แจ๋หยิ่งพยักหน้า จากนั้นก็ยื่นออกมาช้าๆ ขณะที่หลานเยาเยาต้องการเอามือมาพาดบนชีพจรของเขา เขาก็หมุนมืออย่างกะทันหัน คว้ามือหลานเยาเยาไว้จากนั้นก็ดึงนางเข้ามากอดในอ้อมกอด“เย่แจ๋หยิ่ง นี่ท่านจะทำอะไร? พูดไว้แล้วว่าจะตรวจชีพจรนะ?” หลานเยาเยาขัดขืนลุกขึ้น“เยาเยา อย่าขยับ ข้าคิดถึงเจ้าแล้ว ให้ข้ากอดครู่หนึ่ง” นํ้าเสียงของเขาแหบตํ่าสีหน้าอ่อนโยนโดนเขากอดไว้ในอ้อมกอด หลานเยาเยารู้สึกว่าหัวใจของตัวเองเต