ซูเจ๋อควรรู้แต่แรกแล้วว่าเธอเป็นคนงมงาย ทว่าเขากลับคิดได้หลังสายฝนชุดนี้โปรยปรายลงมา เขากลัวว่าเธอต้องตากฝนกลางทาง เขากลัว เขากลัวเธอจะได้รับความลำบากจากจักรพรรดิเป่ยเซี่ยครั้งก่อนเธอกับจักรพรรดิเป่ยเซี่ยทะเลาะกัน เขาอยากออกไปปกป้องแต่ไม่ทำ ครั้งนั้นยังคงมีความคิดอยากปกป้องเธอไม่เปลี่ยน แล้วไยไม่ไปทำเล่า?การสวมกอดก่อนหน้านี้ทำให้ซูเจ๋อได้สัมผัสความรู้สึกของตนอย่างลึกซึ้ง ยามนี้สมองของเขายังเต็มไปด้วยภาพนัยน์ตาเธอที่ทอแสงประกายสดใส หลังจากมีแสงของสายฟ้าแลบส่องมายังประตูห้องความจริงแล้ว เฉินเสียนยังไม่ทันไปถึงห้องตำราหลวงของจักรพรรดิเป่ยเซี่ยฝนก็ตกกะทันหันแล้ว ซึ่งเธอเปียกปอนทั้งตัวอย่างไม่ต้องสงสัยบรรยากาศฟ้าร้องฟ้าแลบท่ามกลางสายฝนกระหนํ่าในช่วงสับเปลี่ยนฤดูจากวสันตฤดูเป็นคิมหันตฤดูจะรุนแรงเพียงใด แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อฝีเท้าเธอเธอถูกรั้งอยู่นอกห้องตำราหลวงจักรพรรดิเป่ยเซี่ยได้ยินเธอมาก็ลั่นประโยคเดียว ไม่พบเฉินเสียนเอ่ยปากกล่าวกลางสายฝน “ครั้งก่อนล่วงเกินและเสียมารยาทต่อท่าน ครั้งนี้ข้ามาด้วยสถานะคนร่◌ุนหลังมาขอขมาท่าน”ผ่านไปเนิ่นนาน ประตูห้องตำราหลวงก็เปิดกว้าง แสงสีเหลืองของเปลิวไฟด้านในกระจายไออ่◌ุนออกมา341
เพียงแต่ไม่เห็นจักรพรรดิเป่ยเซี่ยออกมา มีเพียงขันทีออกมากล่าวหนึ่งคน“เชิญจักรพรรดิแห่งต้าฉู่กลับไปเถอะ คืนนี้ฝ่าบาทไม่มีอารมณ์พบหน้าจักรพรรดิต้าฉู่พ่ะย่ะค่ะ”ท่านอ๋องมู่เดินเข