้องสู้กันตาต่อตา ฟันต่อฟันเป็นแน่แท้330
ยามนี้เฉินเสียนกลับพูดกับคณะทูตอย่างยิ้มแย้มเฉยเมยว่า “ใครใช้ให้ข้าเป็นฝ่ายวิงวอนเล่า หากคิดจะขอสิ่งใดย่อมต้องตํ่ากว่าหนึ่งชั้นอยู่แล้ว มันสมเหตุสมผลดี”ซูเจ๋อกลับมาเร็ว บัดนี้แสงตะเกียงในห้องยังคงสว่างไสว เขายังไม่ได้นอนหลับพักผ่อนทันใดนั้นได้ยินเสียงเคลื่อนไหวในลานบ้าน องครักษ์ที่เฝ้ายามในจวนต่างวิ่งเข้ามาในลานบ้านด้วยความพร้อมเพรียง ซูเจ๋อเปิดประตูก็เห็นเฉินเสียนถูกองครักษ์ห้อมล้อมองครักษ์กล่าวว่า “ท่านอ๋อง คนผู้นี้บุกเข้าจวนยามวิกาล มีเจตนาร้าย ควรจัดการเช่นไรพ่ะย่ะค่ะ?”ซูเจ๋อไอเบาๆหนึ่งครั้ง กล่าวด้วยเสียงอ่อนโยนว่า “นางเป็นสหายเก่าของข้า”องครักษ์กล่าวอย่างฉงนใจ “แต่นางปีนข้ามกำแพงมาพ่ะย่ะค่ะ”ซูเจ๋อมองเฉินเสียน กล่าวว่า “มันไม่ส่งผลที่นางเป็นสหายเก่าของข้า”จากนั้นองครักษ์ในลานบ้านพลันถอยไปอย่างเป็นระเบียบ เฉินเสียนก้มหน้าปัดใบหน้าบนชายเสื้อซูเจ๋อยืนอยู่ใต้ระเบียง พลางถามเสียงน่◌ุมนวล “เหตุใดจึงมาเวลานี้”เฉินเสียนเม้มปาก มองเขาแวบหนึ่งก่อนจะกล่าวว่า “พร่◌ุงนี้จะไปแล้ว จึงคิดจะมาขโมยท่านก่อนเดินทาง”อันที่จริงคืนนี้เธอดื่มชาเยอะจนนอนไม่หลับ หัวใจเต้นแรงจนคล้ายกับกระดอนเข้าในสมองเป็นระยะ คล้ายกับมีสิ่งของแหลมคมอยู่ในศีรษะของเธอ ทำให้ระหว่างคิ้วชนกันด้วยความปวดศีรษะ331
ซูเจ๋อเชิญเฉินเสียนเข้าในเรือน“พร่◌ุงนี้จะไปแล้วหรือ” เขาหันหลังให้เฉินเสีย