“ขอเชิญฝ่าบาทไปที่ห้องตำราเถิด ใต้เท้าเก็บสิ่งของไว้ให้กับฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”เฉินเสียนชะงักงันเธอยืนอยู่หน้าห้องตำราอยู่ครู่หนึ่ง นิ้วมือที่เย็นชืด ค่อยๆผลักประตูเข้าไป185
ภายในห้องตำราหน้าต่างสะอาดหมดจด ม่านไม้ไผ่มีแสงรำไร กลิ่นหอมของหนังสือ ทำให้หน้าของเธอซีดขาวเฉินเสียนเดินเข้ามาในห้องตำรา เบิกตาจ้องมอง ลูบสัมผัสอย่างบางเบาที่โต๊ะเก้าอี้ที่เขาเคยใช้ ลูบสัมผัสผ่านกระถางธูปหอมบนแท่น ลูบสัมผัสผ่านตำรับตำราที่เป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่บนชั้นเฉินเสียนหลับตาลง แล้วลืมตาขึ้น ปกปิดความเจ็บปวดที่มีอยู่ไว้พ่อบ้านหยุดอยู่เพียงหน้าประตู แล้วกล่าวขึ้นว่า “ฝ่าบาทเชิญดูก่อนนะพ่ะย่ะค่ะ บ่าวจะไปเตรียมอาหาร หากฝ่าบาทต้องการจะอยู่กินข้าวที่นี่ก็อยู่ ไม่เต็มใจก็ช่างเถิด”บนชั้นตำรามีไรฝุ่นเกาะอยู่เล็กน้อย เฉินเสียนเอามันลงมา แล้วค่อยๆปัดออกไปเธอพบจุลสารที่ด้านในปลายสุดของชั้นตำรา ห่อหุ้มด้วยปกสีนํ้าเงินอย่างเรียบง่าย เธอหยิบออกมาแล้วเปิดหน้าแรก ด้านในเต็มไปด้วยลายมือของซูเจ๋อมือของเฉินเสียนอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านเธอนั่งลงบนเก้าอี้ของซูเจ๋อ ตั้งแต่ต้นจนจบ จุลสารนี้เธออ่านจนถึงฟ้ามืดตอนที่พ่อบ้านมาเรียกเธอไปกินข้าว ท้องฟ้ามืดสลัวแล้ว เธอนิ่งไร้การเคลื่อนไหวอยู่หน้าโต๊ะ มองจุลสารที่เปิดออกอยู่บนโต๊ะอย่างเลื่อนลอย ราวกับรูปปั้นแกะสลักที่ไม่กะดิกพ่อบ้านยกตะเกียงมาอยากจะนำเข้าไปให้กับเฉินเสียน เธอกล่าวด้วยนํ้