้าคะ”“เช่นนั้นก็รอให้ท่านแม่ตื่นแล้วค่อยทานมื้อเย็นด้วยกัน”“เก็บพระกระยาหารของฝ่าบาทไว้ พอพระองค์ตื่นค่อยนำไปถวาย”ซูเซี่ยนกล่าว “ท่านพ่อบอกให้ข้าดูแลท่านแม่ดีๆ หากข้าไม่รอกินข้าวด้วยกันท่านแม่ต้องนอนอยู่อย่างนั้นแน่ๆ ถ้ารู้ว่าข้าหิวยังไม่ทานข้าว ท่านแม่ก็จะตื่นมาทานด้วยกัน”เดิมทีแม่นมซุยคิดจะเกลี้ยกล่อม ทว่าถ้อยคำนี้ฟังแล้วสะเทือนใจยิ่ง จึงไม่คิดจะเกลี้ยกล่อมอีก กล่าวว่า “เช่นนั้นก็รอทานข้าวพร้อมกับฝ่าบาทด้วยกันเถอะเมื่อครู่อวี้เยี่ยนเข้าไปปลุกฝ่าบาทแล้ว”ซูเซี่ยนกล่าวว่า “คนแกล้งหลับปลุกยังไงก็ไม่ตื่น บอกให้อวี้เยี่ยนไปแจ้งท่านแม่ของข้าว่า ข้าทนหิวรอท่านแม่มาทานข้าวด้วยกัน”และเป็นเช่นนี้จริงๆ เฉินเสียนไม่ได้ทานอาหารเที่ยง ซึ่งอวี้เยี่ยนไปเรียกหลายครั้งแล้ว จากนั้นเสี่ยวเฮอก็วิ่งไปถ่อยทอดวาจาแม่นมซุย “อาเซี่ยนไปรอท่านแม่ที่ห้องโถงรับประทานอาหารเถอะ ที่นี่ดึกแล้วลมหนาว”ซูเซี่ยนจึงยกเท้าขึ้นจากรั้ว จากนั้นก็ค่อยๆลุกขึ้นเอง แต่พอเขาหันหน้ากลับไปพลันทำให้แม่นมซุยตกตะลึงพรึงเพริด154
ใบหน้าเล็กเต็มไปด้วยหยาดนํ้าตา ทั้งๆที่เขาเป็นเด็กแท้ๆ แต่ก็สามารถข่มกลั้นอารมณ์ได้ดีเยี่ยม ไม่แม้แต่จะส่งเสียงร้องไห้ออกมาสักแอะเขาก็เสียใจมาก เขาเพียงแต่ไม่แสดงต่อหน้าเฉินเสียนเท่านั้นหัวใจแม่นมซุยเจ็บปวดจนใกล้สลายแล้ว กล่าวว่า “ให้แม่นมอ้◌ุมเจ้าไปห้องโถงรับประทานอาหารหรือไม่?”ซูเซี่ยนดึงแขนเสื้อมาเช็ดนํ้าต