า กล่าวว่า “ข้าเดินเองได้” สิ้นเสียงก็เดินนำหน้าไปก่อนแล้วต่อมาเฉินเสียนก็ยอมลุกขึ้นมาทานข้าว เธอกับซูเซี่ยนนั่งอยู่ข้างโต๊ะอาหารตักอาหารให้ซูเซี่ยนเหมือนปกติเช่นเคย กล่าวอย่างไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น “เจ้าหิวก็กินก่อนเลย หิวแล้วรอแม่ทำไม? แม่คิดจะนอนถึงพร่◌ุงนี้เช้า ตอนนี้ทำลายฝันหวานของแม่เสียแล้ว”ซูเซี่ยนยกถ้วยดื่มนํ้าซุป กล่าวอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้นเช่นกัน “ท่านแม่นอนมาทั้งวัน ไหนเลยจะง่วงปานนั้น”“วิ่งเต้นข้างนอกหลายวันรู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย นอนต่ออีกหน่อยคงไม่เป็นกระไรกระมัง?”เฉินเสียนกินน้อย ส่วนมากจะมองซูเซี่ยนกิน เธอมองไปมองมาก็ใจลอยคิดถึงอีกคนหนึ่งซูเซี่ยนเป็นคนชาญฉลาด ไม่บอกก็ดูออก เขาปีนขึ้นยืนบนเก้าอี้ ก่อนจะคีบอาหารอย่างไม่ชำนาญส่งไปในถ้วยของเฉินเสียนอาหารที่เขาคีบล้วนเป็นอาหารโปรดของเฉินเสียนทั้งนั้นปกติเวลาทานข้าว มักเป็นเฉินเสียนที่คอยดูแลเอาใจใส่เขา เขาแค่ตั้งหน้าตั้งตากินก็พอแล้ว แต่เขาไม่เคยมองข้ามว่ามารดาของเขาชอบกินอะไรเป็นประจำ155
เฉินเสียนมองถ้วยอย่างชะงัก พลางได้ยินซูเซี่ยนกล่าวว่า “ท่านแม่กินไปไม่กี่คำเอง อย่าบอกนะว่าอิ่มแล้ว กินพวกนี้ให้หมดเสียก่อนถึงจะเรียกว่ากินอิ่ม”เฉินเสียนไม่มีความอยากอาหารเลยสักนิด ทว่าเธอก็ยังคงรับประทานอาหารในถ้วยหมด เธอคงทำตัวแย่กว่าเด็กไม่ได้กระมังต่อมาทุกอย่างก็เป็นปกติตามเดิมเฉินเสียนยังคงทำราชกิจทุกวัน ส่วนซูเซี่ยนยังคงวิริยะอุตสาหะใ