กลม้าจึงจะชะลอความเร็วลงเฉินเสียนตัวแกว่งอยู่บนหลังม้าจนรู้สึกหน้ามืดตามัว เธอเห็นทิวทัศน์สองข้างทางผ่านสายตาด้วยความเร็วแสง ทำให้สับสนกับทิศทางบุรุษที่อยู่ด้านหลังเธอก็เดินทางตะลอนๆเช่นเดียวกับเธอ ทว่าร่างกายของเขายังคงแข็งแรงและอบอ่◌ุน มือที่โอบเอวเธอไว้ก็มีแรงใช้ได้ กระทั่งแผ่นอกของเขาก็ยังส่งเสียงหัวใจเต้นรัวแรงออกมาด้วยแผ่นหลังของเฉินเสียนแนบติดกับหน้าอกของเขา พลางส่งความอ่◌ุนของร่างกายมาเป็นสายๆ เขาชวนให้รู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้เขาได้ทุกเพลาในที่สุดม้าก็หยุดวิ่งเสียทีชั่วขณะนั้นทั้งสองต่างพากันเงียบฉินหรูเหลียงดึงหัวม้ากลับหลัง เพื่อเตรียมตัวกลับไปทันใดนั้นเฉินเสียนเอ่ยปากพูดเสียงแหบพร่ากะทันหัน “มาถึงครึ่งทางแล้วยามนี้ท่านจะให้ข้ากลับไปอีกหรือ? ข้าเสียใจที่ฟังความท่านตอนแรก ด้วยเกรงว่าจะสวนทางกับเขา ตอนนั้นจึงลังเล”ฉินหรูเหลียงชะงัก132
เฉินเสียนก้มหน้าหัวเราะ พลางกล่าวว่า “หากข้าไม่ลังเลแต่แรก ยามนี้คงเจอเขาที่พรมแดนตะวันตกแล้ว ถึงแม้จะสวนทางกับเขา แต่ก็ไม่ถือว่าไปเสียเที่ยวแต่เขาต้องกลับเมืองหลวงข้าถึงจะเสียเที่ยวได้ ขอเพียงเขากลับเมือง อย่าว่าแค่พันลี้เลย ถึงแม้จะเป็นหนึ่งหมื่นแปดพันลี้ข้าก็ไม่รู้สึกว่าเสียเที่ยว”เธอเป็นคนดื้อรั้นแต่ไหนแต่ไรแล้ว สิ่งที่ตัวเองตั้งมั่น หากไม่ทำตามหัวใจก็จะทำให้เสียใจภายหลังฉินหรูเหลียงกล่าวเสียงทุ้มตํ่าที่เจือความเคร่งขรึม “ยามนี้พรมแดนตะว