เป็นแม่ทัพเจิ้งเป่ย นำทัพทหารห้าหมื่นนายเคลื่อนพลไปสู้ศึกกับกองทัพเป่ยเจียง ในวันที่มีชัย ข้าจะไปต้อนรับที่ประตูเมือง เลี้ยงต้อนรับยามท่านกลับมา”ฉินหรูเหลียงกลืนนํ้าลายนิดหนึ่ง ค้อมศีรษะลงตํ่าและกล่าวว่า “ขอบพระทัยองค์หญิงพ่ะย่ะค่ะ”ซูเจ๋อสั่งให้เหลียนชิงโจวเตรียมชุดเกราะของฉินหรูเหลียงไว้ให้พร้อมแล้วเวลานี้เขาสวมชุดเกราะและเดินออกมาจากกระโจมอย่างองอาจห้าวหาญ เฉินเสียนพาดเสื้อคลุมผ้าสักหลาดสีดำของผู้บังคับบัญชาไว้ที่แขนเหมือนในอดีตเธอก้าวไปข้างหน้า คลี่เสื้อคลุมออกท่ามกลางสายลม จากนั้นจึงพาดไว้บนไหล่ของฉินหรูเหลียงด้วยมือของเธอเอง เธอผูกเสื้อคลุมให้เขาพลางก้มหน้าลงและกระซิบว่า “ฉินหรูเหลียง คราวนี้ท่านต้องนำชัยชนะกลับมาให้ข้า ข้าจะรอชัยชนะของท่าน”ฉินหรูเหลียงมองเธออย่างลึกซึ้งและตอบว่า “กระหม่อมจะไม่ทำให้องค์หญิงผิดหวัง”หลังจากนั้นฉินหรูเหลียงจึงโบกธงรบออกคำสั่งกับทั้งสามเหล่าทัพ ยังคงไว้ซึ่งความเฉียบขาดและเต็มไปด้วยพลังที่กลืนกินได้ทั้งภูเขาและแม่นํ้า472
เฉินเสียนและทุกคนมาส่งกองกำลังทหารม้า เฝ้ามองฉินหรูเหลียงควบม้าศึกนำทัพรุดไปข้างหน้าแม่ทัพโฮ้วไม่มัวเสียเวลาและรีบจัดกองกำลังทหาร ลั่นกลองรบเสียงดังกึกก้อง เปิดฉากสู้รบอย่างเป็นทางการกับกองทัพจากชายแดนทางตะวันตกซึ่งขวางทางอยู่ นอกจากนี้ยังทำเพื่อช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของกองทัพจากทางตะวันตก ช่วยคุ้มกันกองทัพของฉินหรูเหลียงขณะที่ต่อส้