ย่◌ุง”เฉินเสียนกล่าว “ถึงแม้แม่ทัพโฮ้วไม่ได้พูดกระไร ข้าก็รู้อยู่ก่อนแล้วไม่ใช่หรือ? ขอแค่เพียงอยากรู้รายละเอียดมากขึ้นเท่านั้นเอง ข้าไม่ตกใจหรือผิดหวังเลยสักนิด ข้าแค่ปวดใจและเสียใจที่ไม่ได้อยู่ฝ่าฟันอุปสรรคขวากหนามไปพร้อมกับท่าน แม่ทัพโฮ้วอยากให้ข้าเห็นกระจ่างอันใด ข้ากระจ่างกว่าใครอื่นแต่แรกแล้ว ไม่ว่าจะโรยด้วยกลีบกุหลาบหรือมืดมิดไม่พบแสงสว่าง ท่านก็ยังคงเป็นสุดที่รักของข้า ถึงแม้สุดท้ายทุกคนจะไม่เห็นด้วย แต่ก็ไม่อาจทำให้ข้าสั่นคลอนได้”ซูเจ๋อจับศีรษะของเฉินเสียน ยามนี้เขารู้สึกเหมือนมีบางสิ่งอัดอยู่ในหัวใจของเขา เขายื่นมือจับเรือนผมเงางามของเธอ ก่อนประทับรอยจูบบนหน้าผากเธอ “อาเสียน ท่าเมาแล้ว”เฉินเสียนหัวเราะเสียงเบา “ข้ารู้สึกตัวดี ข้าเข้าใจ มันไม่ใช่เรื่องง่ายจริงๆ ในเมื่อสิ่งที่ได้มาอย่างยากเย็นแสนเข็ญก็ได้มาครอบครองแล้ว ไยต้องคุยเรื่องละทิ้งด้วย”เธอหลับตา จากนั้นก็ส่งเสียงอ่อนลง “ชาติบ้านเมือง อำนาจ ไม่ได้วิเศษวิโสเท่าท่านเลย เดิมทีข้าก็ไม่สนใจกับสิ่งเหล่านี้อยู่แล้ว เพียงแต่เพราะในชาติบ้านเมืองกับอำนาจมีท่านอยู่ ข้าจึงไขว่คว้ามัน”บรรยากาศยามราตรีด้านนอกหนาวเย็น เงียบกริบดั่งชลธาร418
แม่ทัพโฮ้วยืนมองได้สักพัก หากแต่ยังไม่เห็นซูเจ๋อออกมา เห็นทีจะไม่ออกมาเสียแล้วเหลียนชิงโจวกล่าวว่า “แม่ทัพโฮ้วกลับกันเถอะ”แม่ทัพโฮ้วหันกลับอย่างแข็งทื่อ ก่อนจะสาวเท้าก้าวออกไปพร้อมกับเหลียนชิงโจ