อโดยไม่พูดจาเฉินเสียนกลืนนํ้าลาย เปลี่ยนถ้อยคำ “ก็ได้ ข้าไม่ควรทำอะไรพลการ ทำให้ท่านเป็นห่วง ยามนั้นข้าไม่ได้คิดอะไรมาก คิดแต่จะทำลายกองกำลังทหารเสริมที่เลวทราม ตอนนั้นค่ายทหารอลหม่าน ข้าถือโอกาสเผาค่ายทหาร ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีแต่คาดไม่ถึงว่าจะถูกพบเห็น”ผ่านไปเนิ่นนาน ซูเจ๋อกล่าวเสียงแหบตํ่า “เฉินเสียน ท่านเคยรับปากข้าแล้วในเมื่อท่านรับปากแล้ว ท่านก็ต้องทำตาม ข้าไม่เรียกร้องให้ท่านรออยู่แต่ในกระโจม แต่อย่างน้อยท่านก็ต้องอยู่ในสายตาของข้า”เขาถาม “ท่านไม่รู้ว่าชีวิตตัวเองสำคัญขนาดนั้นกระมัง จึงได้ทำตัวเหลวไหลเยี่ยงนี้?”เฉินเสียนส่ายหัว “ข้าปกป้องตัวเองจนกว่าท่านจะมาถึงได้”“หากข้ามาไม่ทันล่ะ?”“งั้นข้าก็จะสู้ฝ่าฝูงชนไปหาท่าน”แววตาซูเจ๋อดำขลับดุลนํ้าหมึก ทันใดนั้นยกมือจับคางของเฉินเสียน “ถึงตอนนี้ท่านยังไม่สำนึกผิดอีกหรือ?”395
ดวงตาเฉินเสียนเกิดประกายเจิดจ้า “ไม่ใช่นะ ข้าสำนึกผิดแต่โดยดีแล้วนี่”ซูเจ๋อกล่าวเสียงเบาบาง “อันนี้คือท่าทีสำนึกผิดของท่าน? ข้าอยากโบยท่านสักหนึ่งไม้กระดาน จะได้ให้ท่านจดจำ” เขายื่นนิ้วแตะริมฝีปากเธอ “รู้ว่าเจ็บ คราวหลังก็ไม่กล้าแล้ว”เฉินเสียนก้มหน้าจูบนิ้วของเขากะทันหัน กล่าวว่า “อันที่จริงข้าไม่ได้เจ็บเท่าใดนัก แต่รู้ว่าท่านเจ็บมาก ครั้งหน้าข้าไม่กล้าแล้ว”นิ้วมือซูเจ๋อชะงักค้าง กล่าวว่า “ท่านยังรู้ว่าข้าเจ็บ”หัวใจเธออ่อนแอมาก อ่อนจนสัมผัสเบาๆก็ทำให้ปวดหนึบ คำพูดซู