ระราชชนนีตระหนักได้ในทันทีถึงแม้การสิ้นพราชนม์ของพระสนมฉีจะไม่ได้เกิดจากเฉินเสียนโดยตรง แต่ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเธอ ทุกคืนดวงวิญญาณของพระสนมฉีเอาแต่ร้องไห้ไม่ไปไหนและไม่กล้าไปหาเฉินเสียน เพราะว่าเฉินเสียนเป็นคนที่ดุร้ายเพียงแค่ขับไล่เฉินเสียนออกไปจากวังหลวง นำเธอไปกักขังในวัดบนภูเขาที่ห่างไกลออกไป ให้เธอกินเจ ท่องบทสวดพระคัมภีร์ เพื่อขจัดปัดเปั่าความชั่วร้ายไม่แน่พระสนมฉีก็สามารถไปหาเธอได้ อีกทั้งเธอไม่ไม่ได้อยู่ที่ในวังหลวง ยังสามารถทำให้วังหลวงสงบสุขขึ้นได้อีก !สมเด็จพระราชชนนีคิดว่า องค์หญิงในราชวงศ์ก่อนหน้าที่รอดชีวิตจากการเข่นฆ่ากันในอดีต ทำไมในร่างกายจะไม่มีความดุร้ายชั่วร้ายได้ คนแบบนั้น จะให้อยู่ในวังหลวงต่อไปได้อย่างไรตอนนี้ทูตที่มากจากเปั่ยเซี่ยก็กลับไปแล้ว ขอให้เธอยังมีชีวิตอยู่ แต่ไม่มีใครสนใจว่าเธอจะมีชีวิตอยู่อย่างไร ไม่อย่างงั้นก็ไปสารภาพผิดต่อหน้าพระพุทธเจ้าที่วัด ไปบวชเป็นแม่ชี!ยิ่งคิดสมเด็จพระราชชนนีก็รู้สึกว่าพอจะเป็นไปได้ พระองค์จึงเสด็จไปบอกให้องค์จักรพรรดิออกราชโองการให้ขับไล่เฉินเสียนออกไปจากวังหลวงสมเด็จพระราชชนนีตรัสด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ “องค์จักรพรรดิลองคิดดู ตั้งแต่ที่นางตัวซวยนั่นเข้ามาในวัง วังหลวงก็ไม่สงบสุขอีกเลย นางเป็นองค์หญิงในราชวงศ์ก่อนหน้า และถือว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจขององค์จักรพรรดินี หากไม่ขับไล่ออกไป แล้ววังหลังจะสงบสุขได้อย่างไรกัน”132
สมเด็จพระรา