ชชนนียังตรัสอีกว่า “ขับไล่นางไปอยู่ที่ภูเขาลู่เพื่อไปบำเพ็ญเพียรท่องพระคัมภีร์บทสวด สวดมนต์อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้พระสนมฉี และสะสมบุญให้กับองค์ชายห้า ในเมื่อองค์จักรพรรดิไม่สามารถฆ่านางได้ แต่ก็ไม่ควรให้นางอยู่ในวังหลวงไปตลอดชีวิต”องค์จักรพรรดิคร่ำครวญ พระองค์ยังไม่ทันคิดว่าจะจัดการกับเฉินเสียนอย่างไรดี แต่จากเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในพระตำหนักไท่เหอนั้น เฉินเสียนก็ไม่สมควรที่จะอยู่ในพระตำหนักไท่เหอต่อไปสมเด็จพระราชชนนีตรัสด้วยความร้อนรน “หากองค์จักรพรรดิไม่ตกลง หรือจะยอมให้ข้าถูกผีหลอกแบบนี้ไปตลอดใช่ไหม? เพียงแค่ให้นางไปอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้พระสนมฉีเป็นเวลาสี่สิบเก้าวัน หากพระสนมฉีจะไปล้างแค้น ก็ไปหานาง ไม่ต้องมาคอยหลอกหลอนข้าแล้ว!”องค์จักรพรรดิลูบพระนลาฏ และตรัสว่า “ให้เวลาข้าคิดหน่อย”สมเด็จพระราชชนนีตรัส “ข้าถามมาแล้ว บนภูเขาลู่อากาศหนาวเย็น นางตัวซวยไปอยู่ที่วัดฮู่กั๋วบนภูเขาลู่ก็เหมาะสมแล้ว องค์จักรพรรดิตัดสินใจให้ดี ๆ ในเมื่อฆ่านางไม่ได้ ทำไมถึงไม่เปลี่ยนสถานที่คุมขังนาง? หากนางไม่ออกไปจากพระตำหนักไท่เหอเพื่อไปที่วัดฮู่กั๋ว งั้นข้าจะเป็นคนไปใช้ชีวิตด้วยความหนาวเย็นที่วัดฮู่กั๋วเอง ถึงอย่างไรข้าก็อายุเยอะปูนนี้แล้ว องค์จักรพรรดิคงไม่สนใจสุขภาพความเป็นอยู่ของข้า ข้าก็ไม่คาดหวังว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้นานหรอก”หลังจากพูดจบ สมเด็จพระราชชนนีก็เสด็จออกไปด้วยความโกรธเคืองเมื่